หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สำรองข้อมูล >> คลังความรู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ผู้หญิง ผู้ชาย ต่างกันอย่างไรในการสื่อสาร
ผู้หญิง ผู้ชาย ต่างกันอย่างไรในการสื่อสาร



การสื่อสาร
ระหว่างหญิงและชาย
จึงเป็นการสร้าง
ความสมดุลอย่างหนึ่ง
เป็นการบริหารถึงความต้องการ
ที่ขัดแย้งกัน
ระหว่างการสร้างความสนิทสนม
คุ้นเคยกับผู้อื่น
และความมีอิสระ
ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ ช่วยยืนยันถึงสิ่งที่เป็นความเชื่อของพวกเรามาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น นั่นคือ ผู้หญิงและผู้ชาย จะมีความยุ่งยากเกิดขึ้นเมื่อต้องสื่อสารกัน เหตุผล ก็คือ ทั้ง 2 ฝ่ายใช้การพูดคุยเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ผู้ชายมักใช้การพูดคุยเพื่อตอกย้ำสถานภาพของตนเอง ขณะที่ผู้หญิงใช้การพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ความแตกต่างนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง
การสื่อสารระหว่างหญิงและชาย จึงเป็นการสร้าง ความสมดุลอย่างหนึ่ง เป็นการบริหารถึงความต้องการที่ขัดแย้งกัน ระหว่างการสร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับผู้อื่น และความมีอิสระไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น
ความสนิทสนมคุ้นเคยจะตอกย้ำถึงความใกล้ชิดและความเหมือนกัน ส่วนความมีอิสระจะตอกย้ำถึงความแปลกแยกและความแตกต่างนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้บริหารเป็นอย่างยิ่ง
ผู้หญิงจะพูดและฟังด้วยภาษาที่สามารถสร้างความสัมพันธ์และความสนิทสนมคุ้นเคย ขณะที่ ผู้ชายจะพูดและฟังด้วยภาษาที่บ่งชี้ถึงสถานภาพ อำนาจและการพึ่งพาตัวเอง ด้วยเหตุนี้สำหรับผู้ชายหลายๆ คน การพูดคุยกับฝ่ายหญิงจึงเป็นเสมือนการเจรจาต่อรอง เพื่อก่อให้เกิดความสนิทสนมใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายทุกคนต้องการ
ผู้ชายมักบ่นว่าผู้หญิงพร่ำพูดถึงปัญหาของตัวเองอย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน ฝ่ายผู้หญิงก็มักวิจารณ์ ผู้ชายไม่รู้จักฟังคนอื่น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ เมื่อผู้ชายได้ฟังเรื่องที่เป็นปัญหาก็มักรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย และหาทางควบคุมปัญหาด้วยการเสนอวิธีการแก้ไข
ขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มองเรื่องนี้แตกต่างออกไป ผู้หญิงจะมองว่าการเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นวิธีที่ส่งเสริมให้สนิทสนมกันมากขึ้น สาเหตุที่ผู้หญิงเล่าถึงปัญหาของตัวเองก็เพราะต้องการความเห็นใจและต้องการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่ต้องการคำแนะนำจากผู้ชาย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นสิ่งที่ต่างฝ่าย "ต่างยอมรับกัน" แต่การให้คำแนะนำไม่ได้มีลักษณะแบบนั้น เพราะผู้ให้คำแนะนำจะมีฐานะเสมือน "ผู้ที่รอบรู้กว่า" และเป็น ผู้ควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้ความ พยายามสื่อสารระหว่างผู้หญิงและผู้ชายห่างไกลออกไปทุกที
ผู้หญิงมีแนวโน้มมีนิสัยโอ้อวดน้อยกว่าผู้ชาย ผู้หญิงมักลดความสำคัญหรือความสำเร็จของตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองว่าชอบโอ้อวดและหลีกเลี่ยงการทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่น อย่างไรก็ตามผู้ชายก็มักตีความเรื่องนี้ผิดๆว่า ผู้หญิงขาดความมั่นใจและไม่มีความสามารถเท่าผู้ชาย
ผู้ชายมักวิพากษ์วิจารณ์ การที่ผู้หญิงชอบขอโทษขอโพยผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ตัว อย่างเช่น ผู้ชายมักเห็นว่าการกล่าวคำว่า "ขอโทษ ค่ะ" เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความอ่อนแอ พวกเขาตีความว่าเมื่อผู้หญิงกล่าวประโยคนี้ออกมาก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองผิดพลาด ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าผู้หญิงไม่ใช่ฝ่ายผิด
ขณะที่ผู้หญิงมีมุมมองต่างออกไป พวกเธอรู้ตัวดีว่าตนเองไม่ใช่ฝ่ายผิด แต่สาเหตุที่พูดคำว่า "ขอโทษค่ะ" ออกมาก็เพื่อแสดงความเสียใจ และสร้างบรร-ยากาศที่ดี ระหว่างการสนทนาเป็นการบอกว่า "ฉันรู้ว่าคุณคงรู้สึกเลวร้ายกับเรื่องนี้ ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน" สำหรับผู้หญิงจำนวนมากคำว่า "ขอโทษ" เป็นแค่คำพูดเพื่อแสดงว่าตนเองเข้าใจและใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อขออภัย
 

 

 

แหล่งข้อมูล: ฐานเศรษฐกิจ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก