อึง !!! สูตรลับยารักษาโรคไต ป้องกันโรคไตแก้ด้วย " ผลลิ้นจี่"

9 มีค. 54 48
เรื่อง ตำราไม่ล้างไต

ถ้าข้าพเจ้าได้รับตำรานี้เมื่อ 25 ปีก่อน ลูก ๆ คงไม่ต้องมาร้องเพลงชื่อ “คนอื่นมีแม่ฉันไม่มี”
การที่จะเอาเมล็ดลิ้นจี่มาทำยานั้นง่ายมากสำหรับ ข้าพเจ้าเพราะที่บ้านปลูกต้นลิ้นจี่กว่า 50 ปีแล้ว
แต่ไม่รู้ว่ามันคือยาวิเศษในการรักษาโรคไต คู่ชีวิตจะต้องทรมานเสียเวลา 14 ปี ในการฟอกไต
และในที่สุดก็ต้องจากไป

ในไต้หวันมีผู้คนป่วยเป็นโรคไตจำนวนมากที่ต้องทำการฟอกไต การที่ต้องไปฟอกไต
เพราะไตเสื่อมลงจนไม่มาสามารถขัยถ่ายของเสียออก บางทีญาติหรือเพื่อนของท่านบางคนกำลังฟอกไตอยู่
จึงอยากให้ท่านช่วยเผยแพร่ตำราวิเศษออกไปให้ทั่วจะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง
คนที่นำไปทดลองใช้จะมีแต่ได้ไม่มีเสียอย่างแน่นอน ช่วยได้ 1 คนเท่ากับช่วยทั้งครอบครัว

ข้าพเจ้าเป็นโรคไตเพราะเป็นโรคเบาหวานนาน 20 ปี
ความเป็นทุกข์ทรมานนี้ทำให้ ข้าพเจ้าเบื่อต่อชีวิตและคิดจะจบชีวิตตนเองหลายครั้ง
แต่มาคิดได้ว่าถ้าเราพ้นทุกข์ แล้วทำให้หลายคนต้องรับทุกข์ต่อ
ลูกหลายคนยังเรียน ไม่จบยังตั้งตัวไม่ได้ จึงจำต้องรับกรรมไปฟอกไตต่อไป
มีคนเสนอตำราลับตำราวิเศษให้แต่ไม่เคยเชื่อ
ข้าพเจ้าเชื่อแต่แพทย์ปัจจุบันจึงเดินเข้าห้องฟอกไต ขอสู้กับยมราชต่อไป
ข้าพเจ้าเกิดนึกถึงคำพังเพยจีนว่า “ม้าตายแล้วให้นึกว่ารักษาม้าเป็น”
บางทีชีวิตนี้อาจมีความหวังจึงขอทดลอง

หลังฟอกไตครั้งที่ 2 แล้วคุณน้ามาเยี่ยมถามว่าอยากลองตำราวิเศษไหม
รับรองไม่ต้องฟอกไตอีกต่อไป ข้าพเจ้าก็ตกลงทันที

ตอนบ่ายคุณน้านำ ซุปเส้งจี้มา 1 หม้อแบ่งดื่ม 2 ครั้ง
วันที่ 2 นำมาอีก 1 หม้อ (ราว ชามครึ่ง) พร้อมให้กินเส้งจี้อีกครึ่งลูก ในวันนั้น ปรากฏว่าการถ่ายปัสสวะดีขึ้น
พอวันที่ 3 ซึ่งจะต้องฟอกไต แต่หมอตรวจแล้วว่าวันนี้ยังไม่ต้องฟอกก่อน
ข้าพเจ้าได้ดื่มสุปเส้งจี้ประมาณ 1 อาทิตย์
ไปตรวจอีก คราวนี้หมอประหลาดใจมาก แจ้งว่าไตปกติแล้วไม่ต้องฟอกแล้ว

ตำราวิเศษดังนี้.-- เมล็ดลิ้นจี่สด 7 เม็ด ทุบให้แตกแล้วใช้ผ้าขาวอย่างบาง ๆ ห่อไว้
ซื้อเส้งจี้หมู 1 ลูก หั่นเป็นแผ่นบางล้างให้สะอาดตัดเอาเอ็นสีขาวออก
เอาน้ำเซาข้าวครั้งที่ 2 จำนวน 2 ชาม นำเข้าใส่ในหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทำการนึ่งเป็นเวลา 30 นาที
เสร็จแล้วให้ดื่มหมดครั้งเดียวก็จะได้ผล

ข้าพเจ้าได้พ้นจากฟอกไตเพราะตำรานี้ จึงขอความกรุณาทุกท่านช่วยเผยแพร่ตำรานี้
แด่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตรักษาพ้นจากการฟอกไตด้วย จะเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง

ที่มา  www.fwdder.com