หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ - การแพทย์ >> อาหารและยา
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
กินยาขับเลือดแท้งไหม ใครเคยใช้ยาขับเลือด ปรึกษาเรื่องยาขับเลือด
คำค้น : ยาขับเลือด , ยาทำแท้ง

กินยาขับเลือดแท้งไหม ใครเคยใช้ยาขับเลือด ปรึกษาเรื่องยาขับเลือด

จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทำแท้งแล้วออกหมดแน่นอน ?

การที่มีเลือดออกมาก ไม่ได้แปลว่าเรียบร้อยแล้ว ต้องเห็นเนื้อเยื่อสีขาวๆลักษณะเป็นถุง คล้ายๆ กระเพาะปลา เป็นขุยๆรอบๆ หรืออาจเห็นตัวอ่อน (เกิน 9 wks) ถ้าไม่เห็น หรือไม่แน่ใจ หรือหล่นลงในโถ ขณะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องตรวจ ultrasound ใน1-2 อาทิตย์ต่อมา เพื่อดูว่า ถุงของการตั้งครรภ์ ยังอยู่หรือไม่ หรือเห็นหัวใจเด็ก ยังเต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมี การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปได้ ทั้งๆที่มีเลือดออก ถ้าไม่มี แต่ยังมีเลือดออกมาก ก็อาจเป็นการแท้งค้างหรือไม่ครบ ซึ่งการรักษา อาจใช้ยาcytotec ซ้ำ หรืออาจต้องขูดมดลูก อาการแพ้ท้อง ขึ้นอยู่กับว่า ยังท้องอยู่หรือไม่ หรือในบางกรณี ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วน(chorionic villi)ที่ยังสร้าง ฮอร์โมน hcg ยังออกไม่หมด ก็จะยังแพ้ท้องอยู่และถ้า ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์ ทั้งๆที่จริงออกไปแล้ว ประจำเดือน เดือนหน้าก็อาจไม่มา หรือ มาช้า

แนะนำให้คุณไปตรวจ ultrasound ดูก่อน ถ้ายังตั้งครรภ์อยู่ หรือออกไม่หมด อาจต้องขูดมดลูก หรือใช้ยาซ้ำ(อาจต้องให้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น RU486) จะเห็นว่าการใช้ยา ไม่ได้ง่ายอย่างที่หวังเลย โดยเฉพาะ ถ้าใช้ cytotec เพียงตัวเดียว ในท้อง 3 เดือนแรก (เนื่องจาก มดลูกจะไม่ค่อยrespond ต่อ prostaglandin มีการศึกษาว่าถ้าให้ RU 486 ไป sensitized มดลูกก่อน ผลจะดีกว่ามาก ผลข้างเคียงน้อยกว่า) เลือดจะออกมาก และนานกว่าปกติ ไม่ออก ออกไม่หมด อาการข้างเคียงของยา ปวดท้อง เป็นไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย แต่ก็อาจมีข้อดีตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องไปเสี่ยงกับอันตรายจากเครื่องมือ และการวางยาสลบ

ท้อง...แต่ยังไม่พร้อม มีวิธีทำแท้งแบบไหนบ้างคะ และผลข้างเคียงเป็นอย่างไร ?

ในการทำแท้งในอายุครรภ์น้อย มีวิธีใช้ยา และใช้เครื่องมือดูดออก ซึ่งแต่ละวิธีจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ในการใช้ยา ที่ได้ผลและยอมรับทั่วไป ก็จะมี ยากิน ยาฉีด และยาสอดช่องคลอด ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดอาการข้างเคียง ยาฉีด คือยา methotrexate ซึ่งเดิมใช้รักษามะเร็งของการตั้งครรภ์ choriocarcinoma โดยจะไปยับยั้งการแบ่งเซลในระยะ metaphase พบว่าสามารถรักษาท้องนอกมดลูกโดยฉีดเข้าที่ก้อนผ่านกล้อง ทำให้ฝ่อได้ ต่อมามีคนทดลองฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพกโดยไม่ต้องเจาะท้องก็ได้ผล ต่อมาก็มีคนศึกษานำมาฉีดขับในท้องปกติ (ในมดลูก)ก็ได้ผล เช่นเดียวกัน

ในอเมริกา ก่อนที่จะยอมรับตัว RU486 ก็ใช้ยาตัวนี้แหล่ะแทน โดยใช้ร่วมกับยาเหน็บ cytotec อย่างไรก็ตามผลที่ได้ ไม่ประทับใจ เพราะช้า ต้องรอ 7-35 วันกว่าจะรู้ว่าออกหรือไม่ออก รอถึงตอนนั้นท้องก็จะโตขึ้นมากแล้ว ถ้าไม่ออก ต้องทำอย่างอื่นต่อเพื่อเอาออก เพราะยาค่อนข้าง toxic ต่อทารก ยังไงก็จะเปลี่ยนใจเอาเด็กไว้ก็ไม่ได้ และถ้าท้องโตเกิน 9 อาทิตย์ การใช้ยา methotrexate +cytotec ผลที่ได้ ไม่ต่างจากการใช้ cytotec เดี่ยวๆ ส่วนอาการข้างเคียง เช่นพิษต่อตับ ผมร่วง มีไข้ ท้องเสีย เป็นแผลร้อนในในปาก พบอาการไม่มาก คนไข้พอทนได้ ฉะนั้นถ้าหา RU486ได้ไม่แนะนำให้ใช้ยาฉีดตัวนี้ ยังมียาฉีดอีกตัว ซึ่งเป็นยา Prostaglandin เหมือน ยาเหน็บ cytotec คือ nalador แต่เนื่องจากราคาแพง เก็บรักษาลำบาก และมีรายงานทำให้มดลูกแตก,เกิดอาการแทรกซ้อนทางโรคหัวใจ มีคนไข้เสียชีวิต จึงไม่เป็นที่นิยม บางประเทศก็ให้เก็บยาออกจากท้องตลาดไปแล้ว

ยาเหน็บมีกี่ ชนิดค่ะ แต่ละชนิดต่างกันไหมค่ะ มีขายตามร้านขายยาทุกร้านไหมค่ะ ?

มีหลายชนิด แต่ไม่มีขายทั่วไป แพง เก็บรักษายาก ต้องแช่เย็น อายุสั้น ที่มีแพร่หลาย ก็ตัวนี้แหละ misoprostol หรือชื่อทางการค้าว่า cytotecเคยมีรายงานเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของ cytotec กับ gemepost ตามหลังการใช้ยา RU486 เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ปรากฏว่าได้ผลไม่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าจำเป็นต้องใช้ยาเหน็บ คิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปหายาเหน็บตัวอื่นมาใช้อีก นอกจากเขาล่ะ cytotec ตามร้านขายยาใหญ่ๆมักจะมีขาย เนื่องจากยาตัวนี้ ตอนขออนุญาตขึ้นทะเบียน ได้ขอเป็นยารักษาโรค กระเพาะ มีกรรมการท่านนึงได้ให้ข้อสังเกตุว่า ฤทธิ์ของยาต่อมดลูก อาจทำให้มีการนำยามาใช้ในแง่ของสูติ มากกว่าข้อบ่งชี้ที่ บริษัทยาขึ้นทะเบียน ซึ่งก็เป็นจริง

ในประเทศบราซิล ยุคนึงมีการใช้ยาตัวนี้อย่างแพร่หลายมาก คนไข้ที่ไปนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ได้รับการวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวข้องกับการแท้ง 70%จะผ่านยาตัวนี้มาก่อน จนรัฐบาลต้องออกกฏหมายควบคุมการใช้ยาตัวนี้ ความแพร่หลายจึงลดลง ไม่รู้ว่าเมืองไทยวันนึงจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า

คุณหมอครับ..ยาสอดมีชื่อว่าอย่างไรครับ..?

ชื่อ cytotec (หมายเหตุ ปัจจุบัน cytotec ไม่อนุญาตให้มีขายตามร้านขายยาทั่วไปแล้ว มีใช้แต่เฉพาะในโรงพยาบาลและต้องมีเหตุผลในการใช้เท่านั้น)

Cytotec + Mifepristone ใช้ร่วมกันอย่างไร ?

ถ้าใช้ cytotec อย่างเดียว main dose =12 เม็ด คือ4-4-4 ถ้าไม่ได้ผลก็ว่ากันใหม่ ว่าจะตื้อใช้ยาต่ออีกนานแค่ไหน ถ้าใช้ ru486 ก็ 200mg (มีเม็ดละ 25,50,200 mgแล้วแต่ที่มา) cytotec ที่ใช้ตามก็ 4 (-2)(-2) เม็ด ถ้าเป็น การใช้ยา ru 486 หรือ mifepristone ร่วมกับmisoprostolหรือ cytotec ผลที่ได้จะดีกว่ามาก ลองเข้าไปดูที่ http://jama.ama-assn.org/issues/v284n15/abs/joc00905.html

ไม่อยากแนะนำให้ "ลอง" ใช้ยาด้วยตัวเอง อาจเป็นอันตราย แต่ถ้าจะทำ อยากให้ไปตรวจ ultrasound ดูก่อน เพื่อดูขนาดของการตั้งครรภ์ที่แน่นอน เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นกับอายุครรภ์ และเพื่อดูว่าไม่ได้ตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งถ้าใช้ยาคู่นี้จะไม่ได้ผลและอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ และควรที่จะเตรียมพร้อมฉุกเฉินที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกรณีที่มีผลแทรกซ้อนเช่นตกเลือด เป็นต้น แม้ว่าผลแทรกซ้อนต่างๆนี้จะพบน้อย แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้ ต้องตระหนักไว้ด้วย

การใช้ยาเหน็บตัวเดียวสามารถแท้งได้หรือไม่ และมีอาการอย่างไรเมื่อใช้

ใช้เป็นยาเดี่ยวๆ ก็ได้ผล แต่ประสิทธิภาพ ขึ้นกับหลายอย่าง เช่น อายุครรภ์ที่ถูกต้อง, เคยมีประวัติการคลอดบุตรมาก่อนหรือไม่, ยาใช้กินหรือใช้สอดช่องคลอด, เม็ดยาแห้ง หรือถูกทำให้เปียกน้ำก่อน ,จำนวนเม็ดที่ใช้ ความถี่ของการใช้ , สภาวะของมูกในช่องคลอด และปากมดลูก

ระยะแรกๆ ที่มีรายงานการใช้ ได้ผลใน % ที่ค่อนข้างต่ำ แต่ในประเทศที่กำลังพัฒนา การหายา RU 486มาใช้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และราคาแพง จึงมีคนพยายามทำการศึกษาถึงวิธีใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูง ในช่วงเกือบ 10ปีที่ผ่านมามีรายงานผลกันมาก แต่ละรายงานจะมีความแตกต่างกัน ในเรื่องของจำนวนคนไข้ที่ศึกษา การมาติดตามผล ขนาดยา และวิธีการใช้ การให้คำจำกัดความของ complete abortion และระยะเวลาที่วัดผล ทำให้เปรียบเทียบกันลำบากที่ฮือฮา มากเป็นรายงานจากประเทศ คิวบา มีรายงานว่าได้ผลถึง 92% แต่เมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติม ถึงที่มาของตัวเลข ก็ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ ในบทสรุป ถ้าเป็นในประเทศที่มีทางเลือกอื่น เขาจะบอกว่าไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพต่ำ ผลข้างเคียงสูง แต่ถ้าเป็นใน developing country เขาก็จะบอกว่า นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่น่าสนใจ

อาการข้างเคียงพบค่อนข้างบ่อย ปวดเกร็งท้องน้อย มีไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มึนงง อ่อนเพลีย เป็นผื่นคัน แดง แตกลมพิษ ไม่ได้ห้ามใช้ในคนไข้หืด เนื่องจากมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อหลอดลมเล็กน้อย ซึ่งต่างจาก PGs ตัวอื่น มีรายงานว่า ทำให้มดลูกแตกได้ ทั้งในคนไข้ที่เคยผ่าท้องคลอด และไม่เคยก่อนใช้ยาต้องได้รับการตรวจ ultrasound ว่าไม่ใช่ท้องนอกมดลูก มิฉะนั้นดูไม่จืดแน่ ต้องมีการตรวจติดตามผล เพื่อให้แน่ใจว่า การตั้งครรภ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เพราะบางคนใช้ยาแล้วมีเลือดออกมาก แต่ก็ท้องต่อ ที่สำคัญที่สุด ต้องมีแหล่งรองรับการรักษาได้ทันที ในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อนจากการรักษา เพราะอาจมีอันตรายถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนาน เช่นกรณี ตกเลือด เป็นต้น

ยาที่มีรายงานว่าสามารถใช้กินร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดอาการข้างเคียง ได้แก่ mifepristone ซึ่งเป็น antiprogesterone, tamoxifen ซึ่งเป็น antiestrogen , methotrexate ซึ่งเป็น cytotoxic drug

ที่มา : http://2planned-faq.blogspot.com/

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก