หมวดหมู่
 
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สำรองข้อมูล >> ข่าวที่น่าสนใจ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย



ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย

 ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภันในการทำงานกับสารเคมีอันตราย 22 สิงหาคม 2534 (dowmload 500 Kb)

เจตนารมณ์ของกฎหมาย

เพื่อป้องกันมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี ทั้งรูปของแข็ง ของเหลว และแก๊ส ที่จะทำให้เกิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างในเรื่องการกัดกร่อน ระคายเคือง มีพิษแพ้ ก่อมะเร็ง การระเบิดหรือไวไฟ รวมทั้งการเกิดอันตรายจากสารกัมมันตภาพรังสี

ขอบเขตของกฎหมายและการบังคับใช้

ครอบคลุมทุกประเภทของสถานประกอบการที่ให้ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย

สาระสำคัญของกฎหมาย

1. กำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังนี้

1.1 กำหนดให้ต้องแจ้ง

- แจ้งสารเคมีอันตรายที่อยู่ในครอบครองตามที่อธิบดีจะได้กำหนด

- ต้องส่งรายงานความปลอดภัยและการประเมินการก่ออันตรายจากสารเคมี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามที่อธิบดีจะได้กำหนด

1.2 กำหนดให้นายจ้างต้องปฏิบัติในเรื่องต่อไปนี้

- แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย

- การเก็บรักษา การขนส่ง นำสารเคมีอันตรายเข้าไปในสถานประกอบการ ต้องจัดฉลากปิดที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อหุ้มสารเคมีอันตราย

- สถานที่เก็บ วิธีการเก็บสารเคมีอันตรายต้องปลอดภัยตามสภาพหรือตามคุณลักษณะของสารเคมีอันตราย

- สถานที่ทำงานต้องสะอาด มีการระบายอากาศที่เหมาะสมมีออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละสิบแปดโดยปริมาตร และมีระบบป้องกันและกำจัดมิให้สารเคมีในบรรยากาศมีปริมาณเกินกำหนด

- ไม่ให้ลูกจ้างพักอาศัยในสถานที่ทำงานที่เก็บสารเคมีอันตราย

- ตรวจวัดระดับสารเคมีในบรรยากาศเป็นประจำ

- ต้องจัดทำรายงานความปลอดภัยและประเมินการก่ออันตรายของสารเคมี

- จัดที่ล้างมือ ล้างหน้า ห้องอาบน้ำ ที่เก็บเสื้อผ้า

- อบรมลูกจ้างให้เข้าใจเรื่องการเก็บรักษา ขนส่ง กระบวนการผลิต อันตรายที่จะเกิดขึ้น วิธีการควบคุมและป้องกัน วิธีการอพยพ/เคลื่อนย้าย

- ตรวจสุขภาพลูกจ้างประจำปี

- จัดอุปกรณ์ดับเพลิงให้เหมาะสม

- จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

- จัดอุปกรณ์และเวชภัณฑ์การปฐมพยาบาล

2. กำหนดให้ลูกจ้างต้องปฏิบัติ ดังนี้

- ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หรือมาตรการต่างๆ

- ลูกจ้างต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่นายจ้างจัดให้


แนวการตรวจประเมิน

ก่อนการตรวจสถานประกอบการ ให้ทำการตรวจสอบข้อมูลที่นายจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย คือ

- นายจ้างได้แจ้งข้อมูลเคมีภัณฑ์ของสารเคมีอันตรายชนิดใด ตามแบบสอ. 1

- นายจ้างได้แจ้งการประเมินการก่ออันตรายของสารเคมีอันตรายชนิดใด ตามแบบสอ. 2

- นายจ้างได้รายงานผลการตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายชนิดใด ตามแบบสอ. 3

- นายจ้างได้แจ้งรายงานผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างรายใด ตามแบบสอ. 4

หากได้รายงานให้ศึกษาข้อมูลและรายละเอียดก่อนทำการตรวจ

แนวทางการตรวจสถานประกอบการ ให้สอบถามนายจ้างว่ามีสารเคมีอันตรายชนิดใดบ้าง (ชื่อของสารเคมีอันตรายที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายจำนวน 1,580 ตัว เป็นชื่อทางเคมีหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ มิใช่ชื่อทางการค้า) รวมถึงให้สอบถามถึงปริมาณที่มีอยู่ของสารเคมีอันตราย เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายที่จะก่อให้เกิดอุบัติภัยร้ายแรงหรือไม่

การตรวจมีหัวข้อที่จะทำการตรวจดังนี้

1. สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย

- ต้องมีระยะห่างจากบริเวณที่ลูกจ้างทำงานไม่น้อยกว่า 8 เมตร

- ต้องจัดทำเขื่อน กำแพง ทำนบ เพื่อป้องกันการรั่วไหลหรือไหลนองออกมาสู่ภายนอก

- กรณีสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายอยู่นอกอาคาร ต้องจัดทำรั้วล้อมรอบสูงไม่น้อยกว่า 180 ซม.

2. ภาชนะบรรจุสารเคมีอันตรายที่มีความดันอยู่ภายใน ต้องมีอุปกรณ์ช่วยระบายความดัน เพื่อลดความดันภายในให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

3. การจัดเก็บเอกสารเคมีอันตราย โดยวิธีฝังใต้ดินหรือเดินท่อใต้พื้นดินต้องมีเครื่องหมาย แสดงตำแหน่งให้เห็นได้ชัดเจน

4. ต้องมีการป้องกันไม่ให้ยานพาหนะหรือสิ่งอื่นใดชน กระแทก ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อสารเคมีอันตราย

5. ต้องจัดให้มีฉลากขนาดที่เหมาะสมปิดไว้ที่ภาชนะบรรจุ หีบห่อ หรือบริเวณที่เก็บสารเคมีอันตราย โดยฉลากต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

- สัญลักษณ์ที่แสดงถึงอันตราย

- คำว่า “ สารเคมีอันตราย” หรือ “ วัตถุมีพิษ” เป็นอักษรสีแดงหรือดำ

- ชื่อทางเคมีหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสารเคมีอันตราย

- ปริมาณและส่วนประกอบของสารเคมีอันตราย

- อันตรายและอาการเกิดพิษจากสารเคมีอันตราย

- คำเตือนเกี่ยวกับการเก็บ การใช้ การเคลื่อนย้าย และการกำจัด

- วิธีปฐมพยาบาล

หมายเหตุ ฉลากให้จัดทำเป็นภาษาไทย เว้นแต่ชื่อทางเคมี ชื่อทางวิทยาศาสตร์ และส่วนประกอบของสารเคมีอันตราย อาจเป็นภาษาอังกฤษก็ได้

6. เมื่อพบหรือทราบว่านายจ้างมีสารเคมีอันตราย แต่ไม่มีการจัดทำข้อมูลเคมีภัณฑ์และไม่แจ้งให้ราชการทราบตามแบบ สอ.1 โดยตรวจสอบกับข้อมูลเบื้องต้นที่มีอยู่ ให้แจ้งนายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ จัดทำข้อมูลเคมีภัณฑ์และแจ้งต่อราชการตามแบบ สอ.1 ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ครอบครอง

7. เมื่อพบหรือทราบว่านายจ้างมีการครอบครองสารเคมีอันตรายอยู่ในปริมาณ ที่เข้าข่ายจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ 180 ตัว และไม่มีการจัดทำรายงานความปลอดภัย และการประเมินการก่ออันตราย รวมทั้งไม่มีการแจ้งข้อมูลดังกล่าวตามแบบ สอ.2 โดยการตรวจสอบกับข้อมูลที่มีอยู่ ให้แจ้งนายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ จัดทำรายงานและประเมินการก่ออันตราย และแจ้งต่อทางราชการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประเมินการก่ออันตราย

8. สถานที่ทำงานของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายต้องมีความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการระบายอากาศที่เหมาะสม เช่น

- มีระบบระบายอากาศเฉพาะที่

- การระบายอากาศไม่เป็นสาเหตุให้มีการพัดพาสารเคมีไปสู่บริเวณการทำงานของลูกจ้าง

9. บริเวณสถานที่เก็บสารเคมีอันตราย ต้องมีป้ายแจ้งข้อความ “ สถานที่เก็บสารเคมีอันตราย ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต”

10. บริเวณที่เก็บ บริเวณการผลิต หรือที่ที่มีการขนย้ายต้องมีป้ายแจ้งข้อความ “ ห้ามลูกจ้างสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม รับประทานอาหาร หรือเก็บอาหาร”

11. ลูกจ้างที่ทำงานกับสารเคมีอันตราย ต้องมีชุดทำงานและมีที่เก็บชุดทำงานเป็นการเฉพาะ

12. บริเวณที่ทำงานต้องมีฝักบัวและที่ล้างตา สำหรับให้ลูกจ้างใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สารเคมีอันตรายกระเด็นเข้าตา

13. สถานที่ทำงานต้องมีที่ล้างมือ ล้างหน้า และห้องอาบน้ำ เพื่อให้ลูกจ้างที่ทำงานกับสารเคมีอันตราย ใช้ทำความสะอาดร่างกาย ก่อนรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่ม และก่อนออกจากที่ทำงานทุกครั้ง

หมายเหตุ ตามกฎหมายกำหนดไว้ดังนี้

ที่ล้างมือ ล้างหน้า 1 ที่ : ลูกจ้าง 15 คน

ห้องอาบน้ำ 1 ห้อง : ลูกจ้าง 15 คน

และเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน ส่วนที่เกิน 7 คน ให้ถือเป็น 15 คน

14. เมื่อพบหรือทราบว่า นายจ้างไม่จัดให้มีการตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ในบรรยากาศการทำงานของลูกจ้างและไม่แจ้งผลต่อทางราชการตามแบบ สอ.3 โดยตรวจสอบกับข้อมูลที่มีอยู่ ให้แจ้งนายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ต้องตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของสารเคมี ในบรรยากาศการทำงานไม่เกิน 6 เดือนต่อหนึ่งครั้งและรายงานผลตามแบบ สอ. 3 ต่อทางราชการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ตรวจ

15. นายจ้างต้องจัดการอบรมให้ความรู้แก่ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย

16. เมื่อพบเห็นทราบว่า นายจ้างไม่จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย และไม่แจ้งผลต่อทางราชการตามแบบ สอ.4 รวมถึงไม่จัดเก็บผลการตรวจสุขภาพไว้เป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างของลูกจ้างแต่ละราย ให้แจ้งนายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ

16.1 ลูกจ้างรายใดก็ตามที่เป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายต้องได้รับการตรวจสุขภาพทั่วไปและพิเศษ ดังนี้

16.1.1 ตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ ประวัติส่วนตัว ประวัติครอบครัว ประวัติการทำงาน และประวัติการเจ็บป่วย

16.1.2 ตรวจร่างกายทั่วไป เช่น วัดชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต ตรวจการทำงานของอวัยวะต่างๆ ผิวหนัง ระบบประสาท เอกซ์เรย์ ปอด และน้ำหนัก

16.1.3 ตรวจร่างกายเพื่อให้ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงเมื่อทำงานกับสารเคมีอันตราย โดยเป็นไปตามชนิดและลักษณะของสารเคมีอันตราย เช่น

- ทำงานกับตะกั่ว ตรวจ ตะกั่วในเลือด หรือในเนื้อเยื่อ (ฟัน ผม และเล็บ) หรือตรวจสารคอโปรโพรไพรินในปัสสาวะ

- ทำงานกับโทลูอีน ตรวจ สารฮิพพูริด แอซิค ในปัสสาวะ

- ทำงานกับเบนซิ่น ตรวจ สารฟีนอลในปัสสาวะ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจการทำงานของตับ ไขกระดูก

- ทำงานกับสารหนู ตรวจ ปริมาณสารหนูในปัสสาวะ ผม และเล็บ

16.2 การตรวจสุขภาพ ต้องตรวจเป็นระยะๆ คือ

16.2.1 ตรวจสุขภาพร่างกายก่อนรับลูกจ้างเข้าทำงาน

16.2.2 ตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

16.3 เก็บผลการตรวจไว้ในสถานประกอบการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างของลูกจ้างแต่ละราย

16.4 ให้รายงานผลการตรวจสุขภาพ ตามแบบ สอ.4 ต่อทางราชการภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจ

17. ลูกจ้างรายใดที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่สามารถป้องกันอันตรายตามลักษณะและอันตรายของสารเคมี ขณะปฏิบัติงาน

18. นายจ้างต้องจัดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการปฐมพยาบาลลูกจ้างที่ได้รับอันตรายจากสารเคมี

หมายเหตุ การรายงานต่อทางราชการ สามารถรายงานต่ออธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ซึ่งได้รับ

 

ที่มา : moodythai.com


บทความที่คุณอาจกำลังค้นหา:-
     
     
      เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
    คำค้น:
    รวมภาพงานแต่ง พิ้งกี้ สาวิกา
    ยาสมุนไพร ใบตองอ่อนรักษาแผลสดได้ - ไม่ปวดแถมหายเร็วขึ้น
    ข้าวต้มมัด-เมี่ยงคำ ขึ้นทะเบียน มรดกเสี่ยงสูญหายของชาติ
    ชนเรือคว่ำ ฉลามขาวยักษ์ดุ รอดตายปาฏิหาริย์
     กลุ่มเด็กแว้นพานทองดับสยอง กระบะพุ่งใส่!!
     คลิปไฟไม้ลูกค้าสาวจีนบาดเจ็บสาหัส เตือนภัย ปิ้งย่าง
      สยอง!! คอลเลคชั่นที่แปลก สะสมหมวกกันน็อคคนตาย
     สูตรอาหารไทย 4 ภาค ภาษาอังกฤษ รวทวิธีทำอย่างละเอียด
     สำนวนภาษาอังกฤษ ในการเริ่มต้นจดหมาย
     คำศัพท์ภาษาอังกฤษ English ชื่อตำแหน่ง (สำคัญ) ในองค์กร สำหรับการเตรียมตัว สมัครงาน
     
      เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    คำค้น:
    20 อันดับข่าวฮ็อต์ล่าสุด
    ดูทั้งหมด   
    10 อันดับข่าวสุดฮิตอาทิตย์นี้
    ดูทั้งหมด   
    ห้องสมุด มุสลิมไทย โพสต
    มัสยิดซอลาฮุดดีน สี่แยกตลาดแขก อ.เมือง นครศรีธรรมราช
    มัสยิดนูรุ้ลอิสลามิยะห์ แหลมพันวา ภูเก็ต
    ภาพจิตรกรรมสวยๆ ณ หอศิลป์ฯ Moca Bangkok
    มัสยิดบ้านห้วยพุน อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
    มัสยิดอัลกุบรอ บ้านไม้หลา ร่อนพิบูลย์ นครศรีธรรมราช
    มัสยิด Masjid Al Khidhr ใน อิหร่าน
    มัสยิด ยุมอียะห์ มัสยิดกลาง อ.รือเสาะ ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
    Corniche Mosque, Jeddah, Saudi Arabia
    Masjid Agung Tuban ที่ อินโดนีเซีย
    มัสยิดดารุสลาม บ้านสันติคีรี ต.ดอยแม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
    ดูทั้งหมด  
    บทความ มุสลิมไทย โพสต์
    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ การประกอบธุรกิจ
    จุดมุ่งหมายของการ ดำเนินธุรกิจ
    หน้าที่และความรับผิดชอบของ ธุรกิจ
    ความหมายและความสำคัญของ ธุรกิจ
    ความหมายของอาชีพอิสระ
    พาณิชย์เร่งแผนลดนำเข้าเครื่องจักรใหม่
    อุดมการณ์ของนักธุรกิจ
    จรรยาบรรณของนักธุรกิจ
    สถาบันทางธุรกิจ
    ประเภทของการประกอบ ธุรกิจ
    ดูทั้งหมด  
    สุขภาวะ มุสลิมไทย โพสต์
    สีเขียว ช่วยให้คุณคิดสร้างสรรค์
    เคี้ยวช้า ฉลาดขึ้น สุขภาพดี
    การแก้กรรม การสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้ร่ำรวย
    จริงหรือออกกำลังกายช่วยให้รายได้สูงขึ้น
    มารู้จักกับโรคสมาธิสั้น หรือ ADT กันเถอะ
    กินเค็ม ต้นเหตุโรคร้าย
    วิธีเลือกซื้อผักผลไม้อย่างปลอดภัย
    ชาดีกว่าน้ำจริงหรือ
    วิธีรักษาผิวหน้าจากแสงแดดอย่างไรดี?
    สิ่งที่สะสมเชื้อโรคมากที่สุดในห้องน้ำคืออะไรเอ่ย
    ดูทั้งหมด  
     
     
    สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
    340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
    โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
    สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
    SubDomain หน้าหลัก