สุดเสียว!! ใจไม่แข็ง ห้ามคลิก คลิบการเข้าสุนัต คลิปการเข้าสุนัตหมู่ คลิปการทำสุนัตของเด็ก

14 พย. 54 4

สุดเสียว!! ใจไม่แข็ง ห้ามคลิก คลิบการเข้าสุนัต คลิปการเข้าสุนัตหมู่ คลิปการทำสุนัตของเด็ก

โต๊ะมูเด็ง (หมอขลิบหนังหุ้มองคชาต) แห่งเมืองโบราณยะรัง

 

สุดเสียว!! ใจไม่แข็ง ห้ามคลิก คลิบการเข้าสุนัต คลิปการเข้าสุนัตหมู่ คลิปการทำสุนัตของเด็ก

                นายหะยีมะ สะอะ โต๊ะมูเด็ง รุ่นที่ 6 แห่งเมืองยะรัง

           โต๊ะมูด็ง หรือ หมอขลิบหนังหุ้มองคชาต ตามคำนามภาษามาลายูในสามจังหวัดชายแดนใต้ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่อยู่คู่สังคม ชุมชนอิสลามมาแต่บรรพกาล ซึ่งการเข้าสุนัตหรือการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายนั้น ในหนังสือ "อิสลาม กับคำถามที่ต้องตอบ" อธิบายพอสังเขปได้ดังนี้          

           การ ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายสะท้อนถึงความเอาใจใส่ในการรักษาสุขอนามัยส่วน บุคคลของ อิสลาม การขลิบเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมุสลิมชาย เนื่องจากเป็นหลักปฏิบัติที่สืบเนื่องมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด และการขริบนั้นมีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่ศาสดาอิบรอฮีมหรือ ท่านอับราฮัมในยุคอียิปต์โบราณ โดยการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชายเป็นกฎของการรักษาความสะอาดข้อหนึ่งในอิสลาม วิธีการขริบในสมัยก่อนเรียกกันว่า “ Abraham’s method ”             

            Abraham’s method ทำโดยการใช้ไม้หนีบคีบหนังหุ้มปลายให้ยืดออกพอประมาณ จากนั้นใช้ของมีคมที่พอหาได้ตามแต่ในยุคสมัยนั้นๆ ตัดผ่านผิวหนังหุ้มเฉพาะส่วนที่ยืดพ้นจากปลายขององคชาติอย่างรวดเร็ว และปล่อยให้เลือดหยุดเอง ความหมาย คิตาน เป็นภาษาอาหรับ มีรากศัพท์มาจากคำว่า Khatana มีความหมายว่า ตัด (Cut หรือ Sever) ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Circumcision (คำนาม หมายถึง ควั่น เข้าสุนัต)             

             ปัจจุบัน สังคมของคนรุ่นใหม่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ มักไม่ค่อยให้ความสนใจกับโต๊ะมูเด็ง หันไปใช้บริการจากแพทย์ในโรงพยาบาล หรือตามคลินิกที่มีอยู่ดาษดื่น เพราะสะดวก ปลอดภัย ให้ความมั่นใจ และไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร แต่มันขาดสเน่ห์ของพิธีกรรมเข้าสุนัตตามประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนานใน แหลมมาลายู โดยเฉพาะการทำพิธีแบบนั้งบนหยวกกล้วย ซึ่งช่างคลาสสิกและแฝงไปด้วยปรัชญาของท้องถิ่น ที่เน้นให้เยาวชนรู้รักสามัคคีในถิ่นเกิดและผองเพื่อน             

             นาย หะยีมะ สะอะ อายุ 53 ปี เกิดที่ ตำบลวะรัง อำเภอยะริ่ง จังหวัดปัตตานี จบการศึกษาระดับ ป. 4 ( จริงๆเกือบจบ ป.6 แล้วแต่เลิกเรียนซะก่อน) เพราะตามพ่อไปดูการเข้าสุนัต ด้านครอบครัวมีภรรยา  1 ลูก 5 คน เป็นชาย 2 หญิง 3 ปัจจุบันคนโตก็รับราชการเป็นพยาบาลที่ปัตตานีคนรองเรียน ป.ตรี เอกคอมพิวเตอร์ปี 4 ที่นครศรีธรรมราช และลูกอีก  2 คนเรียนมัธยมที่จังหวัดยะลา และคนสุดท้องเรียนที่ ร.ร.บ้านอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยคนสุดท้องเริ่มฝึกการเข้าสุนัตแล้ว คาดว่าจะเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่ 7                

             โต๊ะ มูเด็ง หะยีมะ สะอะ ณ วันนี้ มีบ้านพักอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองเบตง ม.2 ไอปาเซ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา โดยได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในตำบลอัยเยอร์เวงเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ( พ.ศ.2525) เพื่อมาซื้อที่ดินเพื่อทำสวนยาง และมีความตั้งใจเลิกอาชีพโต๊ะมูเด็ง แต่แอบมาซุ่มอยู่ได้ 3 ปี สุดท้ายคนเริ่มรู้ จึงต้องทำต่อ ตามคำขอร้อง ในที่สุด ซึ่งอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตำนานโต๊ะมูเด็ง (หมอขลิบหนังหุ้มองคชาต) แห่งเมืองโบราณยะรัง

Source: http://www.oknation.net/blog/localbetong