หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> หมวดทั่วไป >> เรื่องทั่วไป สาระน่ารู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
วัดความสามารถพิเศษ แบบทดสอบวัดความสามารถ เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ
คำค้น : วัดความสามารถพิเศษ
วัดความสามารถพิเศษ แบบทดสอบวัดความสามารถ เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ 


วัดแววความสามารถ

"เด็กทุกคน เกิดมามีศักยภาพในการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม การเรียนรู้และศักยภาพภายในที่ซ่อนอยู่ในแต่ละเรื่อง และเด็ก 1 ในหมื่นคนของแต่ละสาขาต้องเป็นอัจฉริยบุคคลได้ ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องสอนจากสิ่งที่เขาเก่ง ค้นพบจุดเด่นว่าเด็กเก่งจริง ส่วนโรงเรียนต้องมีหน้าที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กให้สอดคล้องกับ ศักยภาพของเขาให้มากที่สุด" เป็นคำพูดของ ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้กล่าวได้ว่าเป็นนักวิชาการด้านเด็กอัจริยะที่มีชื่อคนหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันเป็นประธานศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็ก มศว ศูนย์แห่งนี้ จะทำการวัดแววความสามารถของเด็ก เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมความรู้ความสามารถของเด็กได้ตามศักยภาพที่แท้จริง

ความสามารถของมนุษย์นั้น ผศ.ดร.อุษณีย์ บอกว่าจัดได้ 10 กลุ่ม คือ กลุ่มภาษา กลุ่มคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเคลื่อนไหว ดนตรี ศิลปะ สังคม อารมณ์ การช่างและอิเล็กทรอนิกส์ และญาณปัญญา โดยทั่วไปเด็กอัจฉริยะนั้นจะต้องแสดงความโดดเด่นออกมาอย่างน้อย 1 ด้าน ซึ่งบางคนอาจจะมีความโดดเด่นเพียงด้านเดียวหรือหลายด้านก็ได้ การวัดแววความสามารถของเด็กนั้น จะนำไปสู่การส่งเสริมการเรียนการสอนตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน เพราะหากลูกมีแววอีกด้านหนึ่ง แต่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องการให้ลูกเป็นอีกอย่างหนึ่ง จะเป็นการทำร้ายลูกไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้

วิธีการวัดแววความสามารถเด็กก็ ไม่ได้ยุ่งยาก แค่เพียง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง พาเด็กมาที่ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็ก เจ้าหน้าที่จะให้เด็กเล่นตามความสนใจในมุมต่างๆ เช่น มุมวิทยาศาสตร์ มุมคณิตศาสตร์ มุมสังคมศึกษา มุมภาษา มุมดนตรี มุมอารมณ์และสังคม ฯลฯ โดยทุกมุมได้ออกแบบสื่อและกิจกรรมที่ใช้ทฤษฎีหลายทฤษฎี เช่น ทฤษฎีการพัฒนาความคิดระดับสูง ทฤษฎีทางด้านจิตวิทยาเพื่อกระตุ้นให้เด็กแสดงพฤติกรรมและความสามารถที่ซ่อน อยู่ภายในให้ออกมาปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีการสอบที่ถือเป็นการรีดเค้นทักษะศักยภาพ และไม่ใช่ความสามารถที่แท้จริง

แต่ละมุมจะมีเกม จิ๊กซอว์ ของเล่น เช่น กล้องจุลทรรศน์ โน้ตบุ๊ค สัตว์ ผลไม้ รวมถึงภาพโปสเตอร์ แผนที่ หนังสือที่มีภาพประกอบ ฯลฯ เพื่อสังเกตถึงแววความถนัดและภาวะอารมณ์และสังคมของเด็ก รวมถึงข้อมูลจากแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ปกครองเพื่อทดสอบระดับสติ ปัญญา (ไอคิว) ที่สำคัญศูนย์ดังกล่าวไม่ได้เน้นตรวจ สอบไอคิวอย่างเดียว แต่เน้นตรวจสอบเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ และสิ่งที่เด็กแสดงออกในศูนย์ เด็กแต่ละคน จะเข้ามาทำกิจกรรมในศูนย์ประมาณ 12 ครั้ง ตามความสะดวกของผู้ปกครอง

ซึ่งศูนย์จะมีชุดแบบสำรวจแววอัจฉริยะจำนวน 3 เล่ม ได้แก่ 1. รู้จักและเข้าใจอัจฉริยะจิ๋ว 2. สำรวจแววลูกน้อย และ 3. แบบสำรวจแววอัจฉริยะ พร้อมซีดี และเอกสารวัดแววความสามารถเด็กทั้ง 9 แวว ให้ด้วย

เมื่อทำกิจกรรมครบ 12 ครั้ง จะมีคณะกรรมการ ประกอบด้วย แพทย์ นักจิตวิทยา นักการศึกษาพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา และนักวิชาการประจำศูนย์ รวมทั้งนักวิชาการสาขาที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประเมินผลความถนัดและภาวะอารมณ์ สังคม ความคิด ความถนัดพิเศษและจิตใจของเด็ก หากพบผู้ที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ จะบอกให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อจะได้ส่งเสริมให้ถูกทางต่อไป และให้ความรู้พ่อแม่เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความถนัดของเด็ก รวมถึงการพัฒนาทางอารมณ์ สังคมและจิตใจในกรณีของเด็กปกติด้วย

โดยจะมีการเชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อแนะนำการพัฒนาลูกเป็นรายๆ ไป ขั้นตอนนี้ถือว่ามีความสำคัญที่สุด เพราะว่าผู้ปกครองอาจจะไม่เข้าใจลูก บางคนมีความคาดหวังกับลูกสูง บางคนเลี้ยงดูลูกมาผิดๆ การเปลี่ยนความคิด วิธีการต่างๆ จึงเป็นเรื่องยาก เราต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบจิตใจของผู้ปกครอง แต่ในขณะเดียวกันต้องหาทางให้พ่อแม่พัฒนาลูกให้ถูกทางด้วย

"เวลาที่เด็กแต่ละคนทำกิจกรรม ในศูนย์จะเล่นโดยอิสระ โดยมีผู้ปกครองรอด้านนอก และมีแบบสอบถามให้ผู้ปกครองกรอกด้วย โดยขอความร่วมมือว่าต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และจะรับเด็กไม่มาก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างละเอียด โดยหนึ่งคนต้องดูแลเด็กประมาณ 5 คน ถ้ามากกว่านี้อาจจะเสี่ยงต่อการผิดพลาดได้" ผศ.อุษณีย์ กล่าว

เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะสร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ
ต้องไม่ตั้งใจให้ลูกเป็นอัจฉริยะ
ดูว่าลูกทำอะไรได้ดีที่สุด พ่อแม่ต้องรีบสนับสนุนทันที
อย่าบังคับ ขู่เข็ญ ให้ลูกเป็นตามที่พ่อแม่ต้องการ
ให้ลูกได้มีโอกาสเจอกับคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เก่งๆเพื่อให้ช่วยกระตุ้นศักยภาพออกมา
พ่อแม่ต้องทุ่มเทเวลาและความเข้าใจในการ เลี้ยงดู เพราะอัจฉริยภาพเริ่มจากความรัก ให้ลูกทำในสิ่งที่เขารักแล้วจะเป็นจฉริยะได้อย่างมีความสุข
พ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกทำงานทุกชิ้นให้สำเร็จ ฝึกให้เป็นคนทำงานหนัก เพราะในโลกนี้ไม่มีอัจฉริยะคนใดขี้เกียจเลย
พ่อแม่ที่ให้ลูกเรียนเก่งอย่างเดียว ท้ายที่สุดจะพบความล้มเหลวในการทำงานในอนาคต จึงอยากให้พ่อแม่ฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เรื่องเรียนอย่างเดียว
ขณะเดียวกันโรงเรียนต้องมีส่วนใน การพัฒนาแววเด็ก หัวใจสำคัญคือต้องสร้างโอกาสให้เด็กแสดงออกที่หลากหลาย เช่น การตั้งชมรมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมมากๆ เช่น ชมรมถ่ายรูป สร้างเวบไซต์ ฯลฯ เปลี่ยนวิธีสอน จากบรรยายมาเป็นกิจกรรมที่หลากหลาย
ภัทรียา (สงวนนามสกุล) คือแม่ที่นำลูกชายอายุ 7 ขวบมาวัดแววความสามารถ เล่าว่า ครั้งแรกคิดว่าลูกเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ พอมาวัดแววปรากฏว่าลูกชอบศิลปะเขียนรูปสวยมาก และเกลียดคณิตศาสตร์ที่สุด แต่ที่ทำคะแนนได้ดี และแข่งได้เหรียญทอง เพราะรักพ่อแม่ ไม่อยากให้เสียใจ เมื่อรู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกแล้ว ปัจจุบันเธอจึงให้ลูกเรียนด้านศิลปะควบคู่คณิตศาสตร์ ปรากฏว่าลูกทำได้ดีทั้งสองอย่าง ทำให้ได้ข้อคิดว่าหากมุ่งเน้นคณิตศาสตร์อย่างเดียวอาจจะเป็นการทำร้ายลูกไป โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
การพาลูกไปวัดแววไม่ได้หมายความว่าลูกของคุณจะเป็นอัจฉริยะ แต่อย่างน้อยจะทำให้ได้รู้ว่าลูกของคุณมีแววความสามารถด้านไหน จะส่งเสริมอย่างไรให้ถูกทาง พ่อ แม่ ผู้ปกครองที่สนใจพาลูกอายุ 3-15 ปีไปวัดแววความสามารถ ติดต่อไปได้ที่ ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็ก มศว เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. หยุดวันนักขัตฤกษ์ ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,500 บาท สอบถามได้ที่โทร.0-2644-1000 ต่อ 5632, 0-2260-2601, 0-2259-6173 ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาอัจฉริยภาพเด็ก มศว เปิดเป็นทางการแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2550

โดย : หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ และ ผกามาศ ใจฉลาด


แหล่งที่มา : komchadluek.net

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
ห้องสมุด มุสลิมไทย โพสต
คำถามยอดฮิต ทำไม มุสลิมต้อง บอยคอต สินค้ายิว
เทคนิคการเลือกผู้ชาย มาเป็นสามี ที่ดี
อัซซุนนะฮฺคืออะไร ความหมายที่แท้จริง
ภัยร้ายของสตรีมุสลิม - ความผิดที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิง มากที่สุด
สิ่งที่ต้องปฏิบัติในอิสลาม และ ข้อห้ามในอิสลาม
การพนันข้อห้ามการเงินอิสลาม การแทงบอล การเล่นหวย การแทงมวย การแทงม้า
สรุป 70 บาปใหญ่ จากหนังสืออัลกะบาอิรฺ
10 เรื่องที่คุณอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับ กะบะฮฺ
แง่มุมความรัก ตามแบบฉบับซุนนะฮ์ ของท่านนะบีมุฮัมมัด
หลักการง่ายๆ ในการคำนวณการออกซะกาต วิธีการคำนวณซะกาตเงิน ซะกาตทอง
ดูทั้งหมด  
บทความ มุสลิมไทย โพสต์
ชายผู้โพกผ้า หนักที่สุดในโลก
ศัพท์ช่างน่ารู้ รวมคำศัพท์เทคนิคเกียวกับงานปรับอากาศ ศัพท์แอร์
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ดนตรีธรรมชาติ
สํานวนสุภาษิตไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ความหมาย สุภาษิตไทย สํานวน สุภาษิต คําพังเพย
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ กบกินเดือน
นิทานพื้นบ้านภาคกลางเรื่องไกรทอง
นิทานสอนใจ เรื่อง ยามเมื่อแก่ตัวลง
คำศัพท์ภาษาใต้ พูด ภาษาใต้ โกรธ ภาษาใต้
นิทานสอนใจ เรื่อง กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
รวมนิทานพื้นบ้าน 20 เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคต่างๆ ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน
ดูทั้งหมด  
สุขภาวะ มุสลิมไทย โพสต์
รอบเดือน หรือ ประจำเดือน ลองอ่านสักนิด แล้วจะรู้
เอนโดเมทริโอสิส (โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่) คืออะไร
ช็อกโกแลตซีส ความจริงที่ (ผู้หญิง) ต้องใส่ใจ
น่ารู้ โรคภูมิแพ้ การรักษาโรคภูมิแพ้ และ การป้องกันโรคภูมิแพ้
วีดีโอคลิบ วิธีการล้างมือ (การล้างมือ) เทคนิคการล้าง ที่ไม่ควรมองข้าม
อาหาร 8 อย่าง ที่ย่อยยากสุดๆ คุณเองก็อาจนึกไม่ถึง
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus)
โรคหิด (Scabies)
โรคปอดบวม โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
ดูทั้งหมด  
 
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก