หมวดหมู่
 
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> หมวดทั่วไป >> เรื่องทั่วไป สาระน่ารู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
เมนูอาหารเช้าง่ายๆ เด็ก1-3ปี เมนูอาหารเช้าเด็กวัยหนึ่งขวบ เมนูอาหารเช้า ภาษาอังกฤษ
คำค้น : เมนูอาหารเช้าง่ายๆ เด็ก1-3ปี

เมนูอาหารเช้าง่ายๆ เด็ก1-3ปี เมนูอาหารเช้าเด็กวัยหนึ่งขวบ เมนูอาหารเช้า ภาษาอังกฤษ

 

 

าหารทารกตามวัย

 

          เรารู้กันดีว่า “นมแม่” เป็นอาหารที่ดีสำหรับลูก เนื่องจากมีปริมาณสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายในปริมาณที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโต อีกทั้งนมแม่ยังให้ภูมิต้านทานต่างๆ ที่ช่วยป้องกันมิให้ลูกเจ็บป่วยง่าย จึงเป็นข้อสนับสนุนว่าแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด และสามารถให้นมแม่ได้จนลูกอายุหนึ่งขวบครึ่งถึงสองปี

          อย่างไรก็ตามขณะที่ลูกมีอายุมากขึ้น ความต้องการสารอาหารต่างๆจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นลูกควรได้อาหารอื่นๆ เสริมเพิ่มเติมจากนมแม่ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ร่างกายและสมองของลูกมีพัฒนาการอย่างเต็มทิ่ 

แล้วจะให้อาหารตามวัยเมื่อไหร่?

          ในระยะแรกเกิดถึง 4 เดือนแรก ลูกควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว เมื่อลูกอายุครบ 4 เดือน จึงเริ่มให้อาหารอื่นในลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว เช่น กล้วยสุกครูดหรือข้าวบด ไม่ควรให้ก่อนอายุครบ 4 เดือน เพราะระบบการกลืนและการย่อยของลูกยังไม่พร้อมจะทำให้ลูกกินนมได้น้อยลงและมีปัญหาท้องอืดจากการให้อาหารมากเกินไป

1. จะให้อย่างไร?

1.เริ่มให้ทีละน้อย ทีละชนิด และสังเกตการแพ้อาหารของลูกด้วย

2.เตรียมอาหารให้เหมาะสมกับอายุของลูก เช่น บดอาหารให้ละเอียดในช่วงแรก เมื่อเริ่มมีฟันแล้วจึงให้อาหารที่หยาบขึ้น

3.ไม่ควรปรุงอาหารรสจัด เช่น เค็มจัด หวานจัด ให้ลูก

4.อย่าบังคับให้ลูกกิน ควรจะค่อยๆให้ลูกลองและยอมรับอาหาร

5.ไม่ควรให้น้ำหวานแก่ลูก เพราะจะทำให้ลูกติดรสหวานและเบื่ออาหารได้

            6.ก่อนให้อาหาร 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรให้ลูกกินขนมหรือของกินเล่น เพราะจะทำให้ลูกอิ่มจนกินอาหารมื้อหลักไม่ได้

7.จะต้องระวังเรื่องความสะอาดให้มาก ทั้งภาชนะ การเตรียมและการปรุง เมื่อปรุงเสร็จแล้วก็ควรปิดฝาให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกท้องเสียได้

8.อาหารที่เตรียมให้ลูกควรเป็นอาหารสด ปรุงใหม่ๆ เพื่อให้คงคุณค่าไว้มากที่สุด

9.ควรสลับเปลี่ยนให้ลูกได้กินอาหารหลายๆชนิด เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ และให้ลูกชินกับอาหารชนิดต่างๆ และควรใช้อาหารที่หาได้ในท้องถิ่น หรือแบ่งจากอาหารผู้ใหญ่เพื่อเป็นการประหยัด

10.การให้อาหารทุกชนิดแก่ลูกมีความสำคัญมาก เพราะถ้าให้ในปริมาณที่ถูกต้อง และเพียงพอกับความต้องการของลูกแล้ว จะทำให้ลูกแข็งแรง และมีนิสัยในการกินที่ถูกต้องอีกด้วย

2..แล้วลูกต้องกินอะไรบ้าง?

อายุครบ 4 เดือนขึ้นไป

          ข้าวบด 1 ช้อนเล็ก กับไข่แดงต้มสุก ¼ ฟอง สลับกับเนื้อปลาสุกบด หรือกล้วยน้ำว้าสุกครูด (ไม่เอาไส้) ½ ผล แล้วกินนมแม่ตามจนอิ่ม

5 เดือนขึ้นไป

            ข้าวบด 3-4 ช้อนเล็ก กับถั่วต่างๆ ต้มสุกบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่แดง เนื้อปลา หรือกล้วยน้ำว้าสุกบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม

6-7 เดือน

            ข้าวบดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ บดสลับกับตับบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด แล้วให้นมแม่จนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ และผลไม้วันละครั้ง

10-12 เดือน

            กินอาหารต่างๆ สลับกันไปเช่นเดียวกับเดือนที่ 8-9 แต่เพิ่มปริมาณมากขึ้นและหยาบขึ้น จนกระทั่งไม่ต้องบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 3 มื้อและผลไม้วันละครั้ง

            อาหารที่เตรียมให้ลูกนั้น สามารถเพิ่มพลังงานให้มากขึ้นได้  โดยการเติมน้ำมันพืช 1-2 ช้อนเล็ก ในอาหารแล้วผสมให้เข้ากัน

            3.สารอาหารอะไรบ้างที่ลูกต้องการ

            สารอาหารหลักที่ลูกต้องการคือ พลังงานและโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจะช่วยให้เจริญเติบโตและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ

            อาหารโปรตีนได้จากอะไร?

             จากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ปลา และถั่วเมล็ดแห้ง

ธาตุเหล็ก คืออะไร?

            ธาตุเหล็กเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

            ทารกแรกเกิดจนถึง 4 เดือนที่ได้รับนมแม่หรือนมผสม จะได้รับธาตุเหล็กเพียงพอ

            แต่เมื่ออายุเกิน 4-6 เดือนไปแล้ว ความต้องการธาตุเหล็กจะมีมากขึ้น ทำให้ต้องได้รับธาตุเหล็กจากอาหาร

            การเพิ่มธาตุเหล็กทำได้โดยการเสริมไข่แดงสุกหรือตับบดสุกเมื่อลูกอายุ 4 เดือน เนื้อปลา เมื่ออายุ 5 เดือน และเนื้อสัตว์บดเมื่ออายุ 7 เดือน

            วิตามินเอ

            มีความสำคัญมากในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยปรับสภาพการมองเห็นในที่มืด แหล่งของวิตามินเอมีมากมาย ได้แก่ ตับสัตว์ต่างๆ ผักใบเขียวและผักที่มีสีเหลือง เช่น ผักบุ้ง ตำลึง ฟักทอง แครอท หรือผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก เป็นต้น

            แคลเซียม

            เป็นส่วนประกอบของเซลล์กระดูก ซึ่งเป็นโครงสร้างของร่างกาย โดยทั่วไปทารกที่ได้รับนมแม่หรือนมผสมเพียงพอตามวัยก็จะได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสมด้วยอยู่แล้ว

            แต่แม่อาจเพิ่มอาหารเสริมที่เป็นแหล่งของแคลเซียมสูง เช่น ปลาป่น เต้าหู้ขาว ลงในอาหารของลูกได้

            ไอโอดีน

            เป็นธาตุที่สำคัญช่วยให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานอย่างเป็นปกติ การขาดไอโอดีนจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ช้า มีสติปัญญาด้อยกว่าปกติ การใช้เกลือไอโอดีนในอาหารจะช่วยให้ลูกได้รับไอโอดีนได้ ถึงแม้อาหารทะเลจะมีไอโอดีนเพียงพอ แต่ยังไม่แนะนำให้นำมาเตรียมเป็นอาหารให้ลูก เนื่องจากอาจเกิดการแพ้ได้

            นอกจากนี้ วิตามิน บี 1 บี 2 บี 6 บี 12 โฟเลต ธาตุโซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี และฟอสฟอรัส ก็มีผลต่อการเติบโตของลูกด้วย ซึ่งถ้าคุณแม่จัดเตรียมอาหารที่มีทั้งประเภทแป้ง เนื้อสัตว์ ไขมัน ผัก และผลไม้ ในแต่ละวันให้ลูก ก็สามารถแน่ใจว่าลูกจะได้สารอาหารครบถ้วนแน่นอน

  4.เมื่อจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงทารกแทนนมแม่

 กรณีที่แม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น แม่เจ็บป่วยมีปัญาหัวนมแตก น้ำนมไม่พอ ฯลฯ ก็อาจมีความจำเป็นต้องใช้นมผสมเลี้ยงลูก แม่ควรได้ปรึกษากุมารแทพย์หรือพยาบาลเพื่อให้สามารถเลือกชนิดของนมผสมได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับวัยของลูก

            โดยทั่วไปจะแบ่งนมผสมเป็น 3 ประเภท

            1.นมผงดัดแปลงสำหรับทารก  เป็นนมที่ดัดแปลงให้มีสารอาหารใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน

            2.นมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง  เป็นนมดัดแปลงที่มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นและมีการเติมวิตามินและแร่ธาตุลงไป เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 3 ปี

            3.นมครบส่วน  ผลิตภัณฑ์นี้จะมีได้ทั้งที่เป็นนมผงและนมสดทั่วไป เช่น นมพาสเจอร์ไรส์ นมกล่องยูเอชที ฯลฯ เหมาะสำหรับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

             เนื่องจากนมผงมีหลายประเภท และขนาดช้อนตวงแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปช้อนตวงนมจะมี 2 ขนาดคือ

            1.ช้อนตวงขนาดเล็ก (ขนาดประมาณ 4.5 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 1 คือ นมผง 1 ช้อน ต่อน้ำ 30 มิลลิลิตร หรือ 1 ออนซ์

            2.ช้อนขนาดใหญ่ (ขนาด 7-8 กรัม) ให้ผสม 1 ต่อ 2 คือ นมผง 1 ช้อนต่อน้ำ 60 มิลลิลิตร หรือ 2 ออนซ์

            การผสมนมใน 2 ลักษณะข้างต้นนี้จะได้ส่วนผสมของนม โดย 1 ออนซ์จะให้พลังงาน 20 กิโลแคลอรี สิ่งสำคัญในการเตรียมนมผสม คือ เน้นความสะอาด ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการท้องเดินที่จะเกิดขึ้นได้

            การเตรียมที่ถูกต้องควรเริ่มตั้งแต่การล้างทำความสะอาดขวดนมและจุกนม ไม่ให้มีคราบนมติดขวด จากนั้นต้มขวดนมในน้ำเดือด นาน 5-10 นาที ส่วนจุกยางให้ต้มในน้ำเดือดไม่เกิน 5 นาที (เพราะถ้าต้มนานจะทำให้จุกยางเสื่อม) เมื่อจะผสมนมให้ใส่น้ำสุกอุ่นๆ ลงในขวดจนได้ปริมาณตามต้องการ แล้วตวงนมผงใส่ลงในขวด ปิดจุกขวดเขย่าจนนมผงละลายหมด การเตรียมนมผสมควรเตรียมมื้อต่อมื้อแล้วใช้ทันที หากยังไม่ได้ใช้ทันทีควรเก็บนมที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็น

5 .ใน 1 วัน ลูกน้อยควรได้รับอาหารอะไร จำนวนเท่าไร

เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดตายตัวว่าลูกจะต้องได้รับอาหารแต่ละชนิดเป็นปริมาณเท่าไหร่ ลูกอาจจะทานอาหารได้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แนะนำได้ แต่ต้องไม่ต่างจากที่แนะนำมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามในระยะสองขวบปีแรกเด็กควรได้รับนมแม่ควบคู่ไปกับการาได้รับอาหารเสริมตามวัย

            เมื่อลูกน้อยมีอายุ 4-5 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 76-188 กิโลแคลอรี โปรตีน 1.2-4.1 กรัมต่อวัน

            ดังนั้น อาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ ข้าวบดกับปลานึ่ง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว เนื้อปลา 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ ข้าวบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ข้าวบด 3 ช้อนกินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ ฟักทองบดกับไข่แดง ประกอบด้วย ฟักทองบด 6 ช้อน กินข้าว ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา

            หรือ กล้วยน้ำว้าครึ่งผล และไข่แดงครึ่งฟอง

           เมื่อลูกอายุ 6-8 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 269-371 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.7-5.4 กรัมต่อวัน

            ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 2 มื้อ

            เช้า       ข้าวต้มปลาช่อนตำลึง

            บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวต้ม + ไข่ตุ๋นแครอท

หรือ

            เช้า       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

            บ่าย       มะละกอสุก หรือมะม่วงสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง

  เมื่อลูกอายุ 9-12 เดือน

            ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 451-6545 กิโลแคลอรี โปรตีน 3.5-6.2 กรัมต่อวัน

            ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 3 มื้อ

            เช้า       ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาใส่ตำลึงและฟักทอง

กลางวัน ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาช่อนใส่ตำลึงและฟักทอง

            บ่าย       กล้วยน้ำว้าสุกครึ่งผล

            เย็น       ข้าวตุ๋น + ไข่คั่วตำลึง

            หรือ

            เช้า       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

            กลางวัน ข้าวผัดสามสี

            บ่าย       มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว

            เย็น       ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ

            คุณแม่อย่าลืมว่าอาหารที่เตรียมให้ลูกควรจะต้องเป็นอาหารที่ทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาทำหลายๆ ครั้ง ก็จะต้องเก็บในตู้เย็น และอุ่นให้ลูกก่อนป้อน เพื่อป้องกันอาการท้องเสียนะคะ





แหล่งที่มา : popcare.com

บทความที่คุณอาจกำลังค้นหา:-
     
     
      เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
    คำค้น: เมนูอาหารเช้าง่ายๆ เด็ก1-3ปี
    12 เครื่องมือช่างขั้นเบสิก ที่สาว ๆ ควรมีติดบ้านไว้ !
    4 ขั้นตอนทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบสีขาวให้เหมือนใหม่
    มารู้จัก แหล่งช็อปปิ้งชุดนักศึกษา ก่อนเปิดเทอมกันดีกว่า
    15 สิ่งที่ทำทุกวันจันทร์ จากคนเก่งๆ
     "ยาต้องห้าม 11 ชนิด“ ที่ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่น โดยเด็ดขาด!
     วิธีกำจัดแมลงเม่า เมื่อบินเข้าบ้านเรา
     จบปัญหาจุดเตาแก๊สไม่ติด ด้วยวิธีอุดรอยรั่วแสนง่าย
     9 อาชีพที่ต้องตรวจตาก่อนทำงาน
     5 วิธีเลือกสินค้าขายดี ไม่มีตกยุค
     5 เคล็ดไม่ลับ ป้องกันปัญหาผ้าเป็นขุย
     
      เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
    คำค้น: เมนูอาหารเช้าเด็กวัยหนึ่งขวบ
    20 อันดับข่าวฮ็อต์ล่าสุด
    ดูทั้งหมด   
    10 อันดับข่าวสุดฮิตอาทิตย์นี้
    ดูทั้งหมด   
    ห้องสมุด มุสลิมไทย โพสต
    ชมภาพ น้องโปรด แต่งกายชุดอิสลาม ในวันอีดิ้ลฟิตรี หล่อสุดๆ
    มัสยิดารุลอามัล ในกรุงคาบูล แห่งอัฟกานิสถาน
    ตะลึง! มัสยิดสร้างจากไม้ไผ่ แห่งอินโดนีเซีย
    ชาวมุสลิมญี่ปุ่นคนแรก ที่แปลคัมภีร์อัลกุรอานเป็นภาษาญี่ปุ่น ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
    อันตรายของ “ชีอะฮฺรอฟิเฎาะฮฺ” ที่คุณควรรู้
    40 ข้อห้าม ที่คุณอาจไม่เคยรู้ แบบฉบับอิสลาม
    40 หลักวิชา ที่สามีภรรยาที่ดี จำเป็นต้องรู้ เพื่อความสุขของครอบครัว
    คำแปลบทละหมาด
    40 วิธีทำให้เข้าสวรรค์ ที่คุณควรรู้
    ทำไมมุสลิม มีภรรยาได้ 4 คน ?
    ดูทั้งหมด  
    บทความ มุสลิมไทย โพสต์
    สูตรไก่ย่าง ส้มตำ เมนูอร่อย เป็นตำนานกว่า 70 ปีของไทย ไก่ย่าง จีระพันธ์
    ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ การประกอบธุรกิจ
    จุดมุ่งหมายของการ ดำเนินธุรกิจ
    หน้าที่และความรับผิดชอบของ ธุรกิจ
    ความหมายและความสำคัญของ ธุรกิจ
    ความหมายของอาชีพอิสระ
    พาณิชย์เร่งแผนลดนำเข้าเครื่องจักรใหม่
    อุดมการณ์ของนักธุรกิจ
    จรรยาบรรณของนักธุรกิจ
    สถาบันทางธุรกิจ
    ดูทั้งหมด  
    สุขภาวะ มุสลิมไทย โพสต์
    “แตงโม” อันตรายจากแตงโม ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน! คนรัก แตงโม ห้ามพลาด..ต้องอ่าน
    ไขสงสัย ทำไมเปิดแอร์นอนในรถ ถึงตายได้ ? รู้ไว้ซะ ถ้าไม่อยากตายปริศนา
    10 ประโยชน์ที่ไม่น่าเชื่อจาก “ฉี่” ที่คุณรู้แล้วจะอึ้ง!!
    เหลือเขื่อ!! เทคนิคหายใจแนวใหม่ ช่วยให้หลับปุ๋ย ภายใน 60 วิ ได้ผลชัวร์
    กลิ่นเต่าเหม็น วิธีกำจัดกลิ่น รับมืออย่างไร ไม่ให้เสียบุคลิก รับรองเอาอยู่!
    กล้วย ประโยชน์ของกล้วย ถ้ากินทุกวันได้อะไรกับร่างกายบ้าง? รู้แล้วอึ้ง
    แตงกวา+มะนาว+น้ำผึ้ง เคล็ดลับการดูแลผิวพรรณบนใบหน้า โบกมือลาหน้าเหี่ยวๆได้เลย!
    วิธีลดต้นขา ผู้หญิง-ผู้ชาย เร่งด่วน ได้ผลสุดๆ
    ตอบโจทย์ คาใจที่ว่า ทำไมพ่อดูดนมแม่ไม่ออก..แต่ลูกดูดออก?
    วิธีต้มไข่ยางมะตูม ต้มไข่ไม่ให้แตก แถมปอกเปลือกง่าย ต้มอย่างไรให้เพอร์เฟค!?
    ดูทั้งหมด  
     
     
    สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
    สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
    SubDomain หน้าหลัก