(ชมภาพ) นครดูไบ เมื่อ 40 ปีก่อนกับปัจจุบัน จากดินแดนรกร้างสู่แมนฮัตตันแห่งตะวันออกกลาง

14 กค. 60     750

(ชมภาพ) นครดูไบ เมื่อ 40 ปีก่อนกับปัจจุบัน จากดินแดนรกร้างสู่แมนฮัตตันแห่งตะวันออกกลาง

 

 

หากพูดถึงเมืองที่เจริญที่สุดเมืองหนึ่งในแถบตะวันออกกลาง ชื่อของนครดูไบ แห่งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต้องโผล่มาเป็นชื่อแรกๆ อย่างแน่นอน ด้วยตึกสูงนับร้อยแห่งและสิ่งปลูกสร้างเจ๋งๆ มากมาย ทำให้หลายๆ คนต่างอยากไปเที่ยวเมืองเจ้าของฉายาแมนฮัตตันแห่งตะวันออกกลางนี่ซักครั้ง

แต่รู้หรือไม่ ถ้าใครมีโอกาสได้เห็นนครดูไบเมื่อสี่สิบปีก่อนละก็ จะต้องไม่มีใครคิดแน่นอน ว่าเมืองแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองที่เจริญที่สุดเมืองหนึ่งในเอเชีย จะเป็นยังไง ไปชมกันเลย


 

ภาพชุดนี้ถูกถ่ายเมื่อช่วงยุค 1960s และปัจจุบันถูกเก็บไว้ที่ Sheikh Mohammed Centre for Cultural Understanding เป็นที่นครดูไบ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดช่วงหนึ่ง

 

ในตอนแรกดูไบเป็นเพียงเมืองท่าเล็กๆ ที่ชาวเมืองต่างดำรงชีวิตด้วยการประมงเท่านั้น จนกระทั่งเจ้าผู้ครองนคร ได้ประกาศให้ดูไบ เป็นเมืองที่ไม่เก็บภาษีแม้แต่สตางค์เดียว ทำให้มีผู้คนจำนวนมากเริ่มเข้ามาอาศัยในเมืองท่าแห่งนี้

 

จากเมืองท่าเล็กๆ ค่อยๆ พัฒนาเป็นเมืองท่าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ในช่วงยุค 1950s ดูไบมีท่าเรือขนาดใหญ่มากมาย ทำให้มีเงินสะพัดหลายล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

 

แต่เมื่อถึงช่วงยุค 1960s ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ใต้แผ่นดินนครดูไบแห่งนี้ จากเมืองท่าธรรมดาๆ ก็กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในโลก

 

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในช่วงยุค 1980s เกิดวิกฤติราคาน้ำมันร่วงต่ำเป็นประวัติการณ์ ทำให้เจ้าผู้ครองนครดูไบ ต้องคิดพัฒนาดูไบในด้านอื่นๆ บ้าง ไม่ใช่พึ่งพาแต่น้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว พวกเขาจึงเปลี่ยนให้ดูไบ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก และสายการบิน Emirate Airline ก็เกิดขึ้นในตอนนั้นเอง

 

ตอนนี้ดูไบได้กลายเป็นอีกหนึ่งเมือง ที่ใครหลายๆ คนต่างอยากไปเยือนซักครั้ง และมีสิ่งปลูกสร้างเจ๋งๆ มากมาย ส่วนสายการบิน Emirate Airline ก็กลายเป็นหนึ่งในสายการบินที่ดีที่สุดในโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

แม้หลายคนจะบอกว่าดูไบคือเมืองสามล้อถูกหวย ที่เจริญขึ้นมาได้เพราะมีแหล่งน้ำมัน แต่หากไม่มีแผนการพัฒนาที่ดีแล้ว ต่อให้มีแหล่งน้ำมันมากกว่านี้ ก็ไม่อาจเปลี่ยนดินแดนทะเลทรายอันแห้งเหี่ยว ให้กลายเป็นแหล่งธุรกิจและการท่องเที่ยวระดับโลกได้แน่นอน จริงมั้ยล่ะเพื่อนๆ ^^

 

ที่มา Dailymail

www.catdumb.com