หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ - การแพทย์ >> ผู้หญิง
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ลูกหลับไม่สนิท ลูกหลับยาก ลูกหลับยากมาก วิธีทําให้ลูกหลับง่าย
คำค้น : ลูกหลับไม่สนิท ลูกหลับยาก ลูกหลับยากมาก วิธีทําให้ลูกหลับง่าย

ลูกหลับไม่สนิท  ลูกหลับยาก ลูกหลับยากมาก วิธีทําให้ลูกหลับง่าย

ความลับเรื่องการหลับของลูกน้อย

ความลับเรื่องการหลับของลูกน้อย

นอนหลับ

ความลับเรื่องการหลับของเด็ก ๆ
(M&C แม่และเด็ก)
เรื่อง : ณ ลันตา

          ทราบไหมคะว่า นอกจากพัฒนาการด้านร่างกาย อย่างการเคลื่อนไหว นั่ง คลาน ยืน เดิน ที่มีขั้นตอน เป็น Step แล้ว การนอนหลับของพวกเด็ก ๆ ก็มีขั้นตอนของพัฒนาการเช่นกัน

การหลับของทารกแรกคลอด

          ช่วง เดือนแรก ๆ ในชีวิตของทารก เราจะเห็นว่า เค้าหลับอยู่เกือบตลอดเวลา แต่เชื่อไหมคะว่า ทุกครั้งที่เค้านอนหลับอยู่นั้น เค้าไม่ได้หลับสนิทจริง ๆ เลยสักครั้ง ทั้งยามหลับยามตื่น สมองน้อย ๆ ของลูกจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เค้าเรียนรู้ได้แม้ยามหลับ!!! ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะนักวิจัยได้ทำการวัดคลื่นสมองทารกแรกคลอด พบว่าคลื่นสมองของทารกในขณะตื่นและหลับมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก

          ทีม วิจัยจึงแนะนำคุณพ่อคุณแม่ว่า เวลาลูกหลับไม่จำเป็นต้องทำห้องทั้งห้องให้อยู่ในความเงียบสงบเสมอไป การเปิด - ปิดไฟ เปิดเพลงเบา ๆ หรือแม้แต่การพูดคุยกันสามารถทำได้ เพราะเขาอาจกำลังเงี่ยหูฟัง และเรียนรู้ผ่านเสียงที่ได้ยินอยู่ก็ได้ ยิ่งถ้าเป็นเสียงคุณพ่อคุณแม่ที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วล่ะก็ ยิ่งจะช่วยทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจขึ้นได้อีกด้วย

การหลับของทารกวัย 2 – 5 เดือน

          หลัง จากที่วัดคลื่นสมองของทารกแรกคลอด นักวิจัยได้สังเกตอากัปกิริยาของทารก อายุ 10 - 20 สัปดาห์ ระหว่างหลับพบว่า เค้าจะไม่อยู่นิ่งเลย หากเป็นการหลับในช่วงกลางวัน ภายในครึ่งชั่วโมงเขาจะเคลื่อนไหวร่างกายเฉลี่ยแล้ว 10.5 นาที และหากเป็นช่วงกลางคืน เขาจะเคลื่อนไหวถึง 24.4 นาทีเลยทีเดียว

          ถ้า คุณลองสังเกตท่าทางของลูกวัยนี้ในยามหลับ จะพบว่าเค้ามักทำท่าขยับปากคล้ายจะขอนม ขมวดคิ้ว ทำหน้าย่น หรือยิ้ม อาการที่แสดงออกมาเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเขากำลังฝันดี ฝันร้าย หรือว่าหิวหรอกค่ะ ที่เขามีสีหน้าท่าทางต่าง ๆ กันออกไปนั้น เป็นหนึ่งในพัฒนาการของกล้ามเนื้อใบหน้าต่างหาก

วัย 6 เดือน หนูฝันเป็นแล้ว

          เด็ก ๆ ฝันหรือไม่ เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากรู้ใช่ไหมคะ เราจะพาคุณ ๆ ไปพบคำตอบกัน

          ทารกจะเริ่มรู้จักการฝันเมื่ออายุ 6 เดือน แน่นอนเขาบอกใคร ๆ ไม่ได้หรอกว่ากำลังฝัน ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร แต่นักวิจัยได้ใช้การวัดคลื่นสมองเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์ และพบว่าคลื่นสมองของทารกที่กำลังฝัน มีเส้นเหมือนคลื่นสมองของผู้ใหญ่ขณะฝันเปี๊ยบ

          พออายุ 3 – 4 ขวบ ความฝันของเค้าจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยนักวิจัยเชื่อว่า ภาพฝันของเด็กวัยนี้จะมีลักษณะเหมือนภาพสไลด์ คือยังไม่ได้เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง แต่จะเป็นภาพต่าง ๆ ทีละภาพ

          จนกระทั่ง 5 – 6 ขวบ ความต่อเนื่องของภาพฝันจึงเพิ่มขึ้น เรียกว่าเริ่มมีการเชื่อมโยงเรื่องราวของภาพแต่ละภาพเข้าด้วยกัน และพอ 8 – 9 ขวบ ความฝันจะเป็นเรื่องราวที่ชัดเจนขึ้น และเค้าจะเริ่มฝันเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง หรือฝันในแบบที่มีตัวเองเป็นตัวเอกแล้ว

ขวบครึ่ง...หลับสนิทได้จริง ๆ ซะที

          อย่าง ที่บอกค่ะว่า การหลับก็มีขั้นตอนของพัฒนาการ หลังจากหลับทั้ง ๆ ที่สมองตื่นในวัยทารก พออายุได้ขวบครึ่ง เด็ก ๆ จะเริ่มเรียนรู้ถึงการหลับสนิทแล้วล่ะค่ะ ความแตกต่างของคลื่นสมองขณะหลับและตื่นของพวกเค้าจะเพิ่มมากขึ้น โดยขณะหลับสมองจะลดความตื่นตัวลง และเค้าก็เริ่มที่จะแยกช่วงเวลากลางวัน กลางคืนออกได้แล้ว ลูกวัยนี้จึงหลับสนิทยามกลางคืนได้นานขึ้น

ไม่อยากนอนกลางวัน

          การ ที่เค้าหลับกลางคืนได้นานขึ้น มีส่วนทำให้เด็กวัยเริ่มเดินได้คล่องนอนกลางวันน้อยลงค่ะ ในบางวันลูกอาจเล่นเพลิน จนไม่ยอมนอนกลางวัน หรือไม่ก็เล่นมากในช่วงค่ำ จนล่วงเลยเวลานอนแล้ว ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงซักที บางครั้งลูกจะโยเยรบให้คุณพ่อคุณแม่ทำโน่นทำนี่ให้ก่อน กว่าจะหลับได้ คุณแม่ก็เหนื่อยแสนเหนื่อย

          เด็ก กลุ่มนี้มักจะหลับตอนกลางวันแค่ครั้งเดียว และหลับในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ด้วย แถมเวลาตื่นขึ้นมายังง่วงงุนอาละวาด โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กที่นอนดึกแล้วตื่นเช้า เด็กพวกนี้มักง่วงอีกในตอนสายและฝืนเล่นไปจนเย็นแล้วก็หมดแรงหลับเอาตอนนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรนอนดึกอีก เพราะเขาจะตื่นในตอนค่ำพร้อม ๆ กับพลังงานที่ชาร์จไว้เต็มที่

          กรณี นี้คุณแม่ควรถ่วงเวลาการนอนช่วงสายของลูกไว้ให้นานที่สุด คืออย่าให้ลูกนอนก่อน 11.00 น. ทางที่ดีควรให้เข้านอนหลังจากรับประทานอาหารกลางวัน และให้ลูกได้นอนสัก 2 ชั่วโมง เพื่อกันไม่ให้เขาง่วงหลับในช่วง 5 - 6 โมงเย็น ซึ่งจะทำให้ลูกกลายเป็นลูกนกฮูกไม่ยอมหลับยอมนอนยามกลางคืนได้ค่ะ

วินัยการนอน อีกเรื่องที่ต้องฝึก

          สำหรับ พวกเด็ก ๆ แล้ว การนอนไม่ใช่แค่การพักผ่อน เพราะฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต (Growth Hormone) จะหลั่งออกมามากที่สุดก็ในช่วงที่พวกเขาหลับสนิท แต่มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่พอถึงเวลาที่จะต้องนอนกลับไม่อยากนอน ทั้งยังร้องไห้โยเย หรือรบเร้าขอเล่นต่อ หากคุณพ่อคุณแม่ยอมตามใจ ปัญหานี้คงไม่จบง่าย ๆ แน่

มาฝึกวินัยเรื่องการนอนให้ลูกกันดีกว่า

          เริ่ม จากพอได้เวลานอนควรปิดไฟดวงใหญ่ แล้วเปิดไฟสลัว ๆ พาลูกเข้านอนพร้อมกับร้องเพลงหรืออ่านนิทานให้ฟัง พอนิทานจบปุ๊บก็บอกลูกว่า ได้เวลานอนแล้วนะ จากนั้นควรงดการพูดคุย ความเงียบจะทำให้ลูกหลับได้ในไม่ช้า

          เด็กส่วนมากจะมีตุ๊กตาหรือของเล่นชิ้นโปรดที่ต้องกอดเวลานอน คุณแม่ควรพาลูกเข้านอนพร้อมเจ้าตุ๊กตาตัวโปรดด้วย

          การ ฝึกให้ลูกเข้านอนเมื่อถึงเวลาที่ต้องนอน ช่วงแรก ๆ อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย หรือไม่ก็เจอปัญหาที่เด็กขัดขืนไม่ยอมนอนนิ่ง ๆ บนที่นอน แต่หากคุณทำได้อย่างสม่ำเสมอ ลูกก็จะค่อย ๆ คุ้น และหากคุณทำได้สำเร็จก็เท่ากับว่าคุณได้สร้างให้เขามีวินัยรู้จักการกิน - นอน เป็นเวลา


เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก