หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> อาเซียน (AEC) >> อาเซียน 10 ประเทศ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
อาหารประจําชาติอาเซียน10ประเทศ - อาหารประจําชาติสิงคโปร์
คำค้น : อาหารประจำชาติ , อาหาร

 

 

 

    แผนที่ทางภูมิศาสตร์

 

       เพลงชาติสิงคโปร์มีชื่อว่า  มาจูละห์  ซีงาปูรา  เป็นคำภาษามาลายู  แปลว่า  สิงคโปร์จงเจริญ  ชื่อเพลงนี้มีที่มาจากคำขวัญประจำชาติซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่ปรากฎอยู่ ในตราแผ่นดินของสิงคโปร์

 

- ภาษาทมิฬ - ภาษามาเลย์ - ภาษาอังกฤษ - ภาษาจีนกลาง  โดยมีภาษามาเลย์เป็นภาษาประจำชาติและภาษาอังกฤษที่ใช้ในวงการธุรกิจ และการศึกษา ส่วนภาษาจีนกลาง เป็นภาษาที่ใช้สื่อสารในทางสังคมมากที่สุด  

 

ป้ายบอกทางสถานที่
 
 

   ประเทศสิงคโปร์ไม่มีศาสนาประจำชาติ ประชาชนแยกกันนับถือศาสนาตามเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่จะเป็น ศาสนาพุทธ มุสลิม  ฮินดู  คริสต์เตียน

                                                                รูปปั้นทางพุทธศาสนาในประเทศสิงคโปร์

 

  - สิงคโปร์ (ใช้ชื่อตามประเทศ)

 

      ภาพเมืองหลวงของสิงคโปร์ในยามค่ำคืน

 

   หน่วยเงินตราของประเทศสิงคโปร์คือ ดอลลาร์

   ธนบัติและเหรียญของสิงคโปร์ซึ่งมีหน่วยเป็นดอลล่าร์

 

   อาหารประจำชาติของสิงคโปร์มีหลายอย่างแต่จะแนะนำมาเพียง 5 อย่าง ที่เป็นที่นิยมและรู้จักของคนทั่วไป

1. ข้าวมันไก่ไฮหลำ

2. ปูผัดพริกไทยดำ

3. ชาแควท่าว

4. ลักซา

5. บักคุดเต

    เป็นกล้วยไม้ในกลุ่มแวนด้า ( Vanda Miss Joaquim )

 

 

       สิงคโปร์ไม่มีชุดแต่งกายประจำชาติเป็นของตนเองเพราะมีชนชาติต่างๆมาอาศัยรวม กันจึงไม่มีการแต่งกายประจำชาติที่ตายตัว แต่จะแต่งตามลักษณะของชนชาติตัวเอง

   สถานที่ที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่และแต่งกายหลากหลายแบบ

 

 

        "Marina Bay Sands"   เป็นแหล่งบันเทิงระดับโลก

 

               สถานที่ต่างๆที่น่าสนใจในสิงคโปร์

 

------------

ตำรับอาหารสูตรเด็ดของสิงคโปร์ ถ้าไปต้องลอง



ถ้ามาถึงสิงคโปร์แล้วละก็ ต้องลองอาหาร 10 อย่างนี้นะคะ เพราะถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของสิงคโปร์เลยทีเดียว


บักคุดเท (บักกุ๊ดเต๋)



เครื่องปรุง

เครื่องเทศในห่อผ้าขาวบางมีดังนี้
อบเชย 1 ก้าน
กานพลู 4-5 ชิ้น
พริกไทยขาว 1 ช้อนชา
เก๋ากี้ 1 ช้อนโต๊ะ
โป๊ยกั๊กทั้งเม็ด 2 ดอก

ซี่โครงหมูติดเนื้อ 500 กรัม (1 ปอนด์)
กระเทียมพร้อมเปลือก 2 หัว
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 6-7 แก้ว
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
ผักกาดแก้ว (Iceberg lettuce) 1-2 หัว ล้างแล้วแกะ

วิธีปรุง
ใส่ซี่โครงหมู ห่อเครื่องเทศ และกระเทียมลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วมแล้วรอจนเดือด ตักฟองออกถ้ามี เติมซีอิ้วและเกลือ ลดความร้อนลงแล้วตุ๋นต่อจนซี่โครงนุ่ม วางผักกาดลงในชามสักเล็กน้อยแล้วตักซี่โครงกับซุปใส่ เสิร์ฟพร้อมข้าวขาว พริกแดงหั่นฝอย และซีอิ้ว

จากตำราอาหาร “Singapore Heritage Food” (อาหารมรดกของสิงคโปร์) โดยซิลเวีย ตัน (Sylvia Tan)

นอกจากใช้กับซุปฮกเกี้ยนแสนอร่อยชามนี้แล้ว คุณสามารถนำห่อเครื่องเทศนี้ไปใช้กับอาหารจานอื่นต้องใช้โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู ลูกผักชี ยี่หร่า และเทียนข้าวเปลือกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบักกุดเต๋ตำรับแต้จิ๋วอีกด้วย โดยน้ำจะใสและมีเครื่องปรุงน้อยกว่า มีเพียงแค่กระเทียม พริกไทย และซีอิ้วขาวเท่านั้น



แป้งแครอททอด



เครื่องปรุง

ขนมผักกาด 4 ก้อน
น้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู 4 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ1 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกแดง 1 ช้อนโต๊ะ
ไช้โป้วสับ 1 ช้อนโต๊ะ (ผักกาดเค็ม)
ไข่ 2 ฟอง
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมสด 1 ก้าน สับ
น้ำมัน 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
อุ่นน้ำมันหรือน้ำมันหมูสองช้อนโต๊ะในกระทะ รอให้ร้อนจนขึ้นควัน ใส่ขนมผักกาดสองก้อนลงไปแล้วทอดให้เหลือง ขณะที่ทอดให้ตัดขนมเป็นชิ้นเล็กๆด้วยตะหลิว แล้วดันแอบไว้ข้างกระทะ จากนั้นอุ่นน้ำมันอีกหนึ่งช้อนโต๊ะในกระทะ ผัดกระเทียมและไช้โป้วจนเหลือง แล้วคนให้เข้ากับชิ้นขนมผักกาด ทำที่ว่างตรงกลางกระทะ แล้วเติมน้ำมันที่เหลือพร้อมตอกไข่ลงกลางกระทะ รอให้ไข่สุกสักสองสามนาทีแล้วดันขนมผักกาดไว้บนไข่ เหยาะน้ำปลา เติมน้ำพริก แล้วคนให้เข้ากัน โรยต้นหอมแล้วเสิร์ฟขณะร้อน

จากตำราอาหาร “Singapore Heritage Food” (อาหารมรดกสิงคโปร์) โดยซิลเวีย ตัน (Sylvia Tan)

อาหารจีนยอดนิยมที่เดิมเป็นอาหารเช้า แต่ปัจจุบันทานกันได้ทุกเวลา ต้นกำเนิดมาจากแต้จิ๋ว ตอนแรกเป็นแบบทอดแล้วคน จนถึงปี 1970 พ่อค้าเร่หัวใสคนหนึ่งที่ Toa Payoh ได้เปลี่ยนสูตรโดยทอดจนกรอบเหมือนแพนเค้ก จากนั้นไม่นานนักก็มีสูตรของพ่อครัวติ่มซำในฮ่องกง ที่นึ่งพร้อมกับใส่ซีอิ้วปรุงรส


ชาแควท่าว


เครื่องปรุง
ก๋วยเตี๋ยว 1 กิโล (32 ออนซ์) (เส้นหมี่แบนทำจากข้าวเจ้าสด)
กระเทียมสับ 4 ช้อนโต๊ะ
ถั่วงอก 18 ออนซ์
กวางตุ้ง 6 ออนซ์
กุนเชียง 2 ท่อน หั่นบางๆ
กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว ต้มแล้วปอกเปลือก
ไข่ตี 5 ฟอง
น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วหวาน 5 - 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกแซมบอล 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปอาหารทะเล 180 มล. (6 ออนซ์)
ปลาหมึกหั่นเป็นแหวนกว้าง 1/2 ซม. ปริมาณ 300 กรัม
น้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู 8 ออนซ์

วิธีปรุง
ตั้งไฟจนกระทะใบใหญ่ร้อนจัด เติมน้ำมันหรือน้ำมันหมู 3/4 ช้อน ลดความร้อนลงเล็กน้อยแล้วทอดกระเทียมจนมีกลิ่นหอมและมีสีเหลืองทอง จากนั้นใส่ก๋วยเตี๋ยว ถั่วงอก และกวางตุ้ง แล้วผัด คนอยู่ตลอดเป็นเวลาราว 2 นาที ดันเครื่องปรุงแอบไว้ด้านข้างของกระทะ ให้มีช่องว่างตรงกลางกระทะ จากนั้นใส่น้ำมันหรือน้ำมันหมูที่เหลือลงไปแล้วรอจนร้อน เติมไข่ตีแล้วทอดจนผสมกันกับก๋วยเตี๋ยว เติมน้ำพริกแซมบอล (Sambal chilli) แล้วคนก๋วยเตี๋ยวจนไข่และน้ำพริกเข้าผสมเข้าด้วยกัน เติมน้ำปลาและซีอิ้วหวาน จากนั้นผัดจนเครื่องปรุงทุกอย่างผสมกันเป็นเวลาหนึ่งถึงสองนาที แล้วเติมกุนเชียง กุ้งต้ม ปลาหมึกต้ม และน้ำซุปอาหารทะเล โยนให้เข้ากัน เสิร์ฟขณะร้อน

โดย เล่า ไท ฮง (LOW THYE HONG)

แต่เดิมอาหารจานนี้เป็นอาหารสำหรับคนจน เมื่อเวลาผ่านไป มีการเพิ่มเครื่องปรุงหลายอย่างลงไป ทำให้กลายเป็นอาหารจานโปรดที่สุดจานหนึ่งของชาวสิงคโปร์


ปูผัดพริก  ดู review ได้ที่นี่ค่ะ



เครื่องปรุง
ปูทะเลหรือปูนิ่ม 1 ปอนด์ (450 กรัม)
แป้งธรรมดา 4 ช้อนโต๊ะ (ถ้าใช้ปูนิ่ม)
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ *
กระเทียม 8 กลีบ สับพอประมาณ
พริกแดงสด 8 เม็ด สับพอประมาณ
ไข่ 1 ฟอง
ต้นหอม 2 ต้น ตัดให้ยาวขนาดนิ้วมือ
น้ำมะนาวหรือเลมอนคั้นสด 1 ช้อนชา
ผักชี 1 มัดเล็ก
*ถ้าเป็นปูนิ่ม ให้เตรียมน้ำมันไว้สำหรับทอด

การผสมซอส
น้ำ 1 ถ้วย ซอสมะเขือเทศ 5 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 1/2 หรือ 3 ช้อนโต๊ะหรือตามชอบ แป้งข้าวโพด 1 1/2 ช้อนชา เต้าเจี้ยวหรือเต้าเจี้ยวบด 1 ช้อนชา (ไม่ต้องก็ได้) เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีปรุง
ตั้งน้ำมันในกระทะหรือกระทะท้องแบนโดยใช้ไฟแรง ใส่กระเทียมแล้วผัดเป็นเวลา 1 นาที เติมพริก ผัดจนหอม ถ้าใช้ปูทะเล ให้ผัดจนกระดองเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง เติมน้ำซอสแล้วคนให้เข้ากัน ปิดด้วยฝาแล้วอุ่นจนกระดองเป็นสีแดง ตอกไข่ลงในกระทะแล้วตีด้วยส้อม อุ่นจนสุก บีบน้ำมะนาวลงไปแล้วคนในกระเทียม ถ้าใช้ปูนิ่ม ให้ตัดปูแต่ละตัวให้เป็นสี่ชิ้น ให้สะเด็ดน้ำ แล้วโรยแป้งแล้วทอดจนเหลืองและกรอบ แล้วทำซอสด้วยวิธีเดียวกัน เมื่อเสร็จแล้วให้ใส่ปูนิ่มลงในซอสก่อนเสิร์ฟ

โดย ไวโอเล็ต ออน (VIOLET OON)

"อาหารประจำชาติ" อย่างไม่เป็นทางการจานนี้มักจะปรุงโดยใช้ปูสดเนื้อนุ่ม และซอสเผ็ดหวานแสนอร่อย จะให้ดีต้องใช้นิ้วช่วยเวลารับประทานด้วย! จากนั้นล้างปากด้วยขนมปังขาวหรือหมั่นโถวของจีน


แกงหัวปลา




เครื่องปรุง

หัวปลา 1 หัว ตัดแบ่งเป็นสองชิ้น หรือ 600 กรัม
เม็ด Curry seed 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับแกงปลา (ไม่ต้องก็ได้)
ขิง 10 กรัม หั่นฝอย
กระเทียม 3 กลีบ หั่นบางๆ
หัวหอม 3 หัว หั่นบางๆ
ผงแกงปลา 5 ช้อนโต๊ะ ทำให้เหลวด้วยน้ำ 1/4 หรือ 1/2 ถ้วย
กระเจี๊ยบมอญ 300 กรัม
มะเขือเทศ 3 ลูก หั่นซีก
พริกแดง 6 เม็ด ผ่าครึ่งตามยาว
พริกเขียว 6 เม็ด ผ่าครึ่งตามยาว
ใบ curry leaves 2 - 3 ก้าน
เกลือ 1 /2 ถึง 1 ช้อนชา
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
มะขาม 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 1 /2 แก้ว
กะทิ 1 แก้วจากกล่อง
น้ำมันดอกทานตะวัน 5 ช้อนโต๊ะ

ผงแกงปลา
ผงลูกผักชี 250 กรัม
ผงยี่หร่า 60 กรัม
ผงพริก 150 กรัม
ผงขมิ้น 30 กรัม
ผงพริกไทยดำ 20 กรัม
ผง Funegreek 10 กรัม

วิธีปรุง
ล้างหัวปลาหรือชิ้นปลาให้สะอาดแล้วเขย่าให้สะเด็ดน้ำ นึ่งหัวปลาซาลมอนจนสุกพอดี ดันไว้ข้างกระทะ อุ่นน้ำมันในกระทะ แล้วเติมเม็ด curry seeds และขิงลงไป จากนั้นผัดที่ไฟแรงเป็นเวลา 2 - 3นาทีจนเม็ดแตกดังเป๊าะ เติมกระเทียมแล้วคนจนหอม เติมเครื่องแกงปลาแล้วผัดจนหอมและสุก เติมหัวหอมแล้วผัดสักครู่นานราว 1 นาที ใส่กะทิลงไปครึ่งหนึ่งแล้วรอจนเดือด ก่อนจะเติมกะทิที่เหลือและน้ำมะขามลงไป เติมกระเจี๊ยบมอญ มะเขือเทศ พริกแดง พริกเขียว ใบ curry leaves เกลือและน้ำตาลลงไป เวลาจะเสิร์ฟให้ใส่หัวปลาซาลมอนนึ่งลงไปแล้วอุ่นโดยใช้ไฟต่ำประมาณ 5 - 8 นาทีจนปลาร้อนและสุกดีแล้ว คุณอาจจะเติมน้ำเพิ่มก็ได้ถ้าน้ำแกงน้อยเกินไป แล้วยกเสิร์ฟ


ข้าวมันไก่ไฮหลำ ดู review ได้ที่นี่ค่ะ



เครื่องปรุง
ไก่ 1 ตัว (น้ำหนัก 2 ปอนด์)
ต้นหอม 1 ต้น ตัดเป็นชิ้นๆยาว 1 นิ้ว
ขิงสดปอกแล้ว 4 ชิ้น
น้ำมันพืชหรือน้ำมันไก่ที่ทำมาจากมันไก่ 6 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 6 ถึง 8 กลีบ สับละเอียด
ข้าวสารเม็ดยาว 4 ถ้วย ล้างแล้วสะเด็ดน้ำออก
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีผสมน้ำพริก
มะนาวหรือเลมอนคั้นสด 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะ พริกแดงสดสับละเอียด 5 ช้อนโต๊ะ กระเทียม 5 กลีบ สับให้ละเอียด ขิงสับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนชา ซุปไก่ต้มร้อนๆ 1/2 ถ้วย

วิธีปรุง
ต้มน้ำหม้อใหญ่ ยัดไส้ไก่ด้วยต้นหอมและขิง ใส่ไก่ลงในน้ำเดือด เอาอกไก่ลงด้านล่าง ลดความร้อนลงพออุ่นๆจนเกือบเดือดแล้วต้มต่อ ปิดฝาจนสุกพอดี ราวๆ 40 นาที แล้วจุ่มไก่ลงในน้ำใส่น้ำแข็งจนเนื้อไก่นุ่มและเด้ง อุ่นน้ำมันในหม้อหุงข้าว เติมกระเทียม ผัดจนหอม เติมข้าวสาร ผัดเป็นเวลาสองนาที เติมเกลือ แล้วเติมน้ำซุปไก่จนสูงกว่าข้าวสาร 1/2 นิ้ว หุงด้วยความร้อนสูง พอมีฟองให้ลดความร้อนลง จากนั้นปิดฝาแล้วหุงต่อเป็นเวลา 30 นาทีจนข้าวสุก สับไก่ลงไปแล้วเสิร์ฟกับข้าวที่หุงเสร็จร้อนๆและน้ำพริก ถ้าใส่เต้าเจี้ยวด้วยจะอร่อยมาก

โดย ไวโอเล็ต ออน (VIOLET OON)

ผู้เข้าชิงตำแหน่ง "อาหารประจำชาติ" คุณจะพบอาหารจานนี้ได้ตามร้านกาแฟทุกหัวมุมถนนและทุกโรงแรมของสิงคโปร์ ถูกนำเข้ามายังสิงคโปร์จากเกาะไหหลำ ประเทศจีน จนพัฒนากลายเป็นอาหารจานเด็ดของชาวสิงคโปร์ในปัจจุบัน



ปูผัดพริกไทย



เครื่องปรุง

ปูทะเลหรือกุ้งขนาด 2 ปอนด์ กะเทาะก้าม แกะเปลือก และทำความสะอาดแล้ว สะเด็ดน้ำให้แห้ง
หรือปูนิ่มขนาด 1 ปอนด์
แป้ง 1 ถ้วย (ถ้าใช้ปูนิ่ม)
พริกไทยดำป่นสด 4 ช้อนโต๊ะ
พริกแดงสด 3 ถึง 4 เม็ด เอาเม็ดออกและสับละเอียด
เนย 4 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 10 กลีบ ปอกและสับ
ขิงอ่อน10 ชิ้น
น้ำมันหอยนางรม 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 2 ช้อนชา
น้ำตาล 2 ช้อนชา (ไม่ต้องก็ได้)
ใบผักชีสำหรับโรยหน้า
น้ำมันสำหรับใช้ทอด

วิธีปรุง

คั่วพริกไทยดำในกระทะจนหอม แล้วตักออกเก็บไว้ ปูจะมีรสดีที่สุดถ้านำไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัดเสียก่อน - ให้ทอดทุกด้านของปูจนเป็นสีแดง ให้สะเด็ดน้ำมันแล้วตักน้ำมันเก็บ สำหรับปูนิ่ม ให้สะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วตัดเป็นสี่ชิ้น ชุบแป้งแล้วทอดจนเหลืองกรอบ จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อน แล้วใส่เนย รอให้ละลายและร้อน เติมกระเทียม ขิง และพริก แล้วผัดเป็นเวลาสามนาทีจนส่วนผสมหอม เติมน้ำมันหอย ซีอิ้ว และน้ำตาล จากนั้นคนให้เข้ากันก่อนเติมพริกไทย ผัดต่ออีกนิดด้วยไฟแรง แล้วเติมปู จากนั้นผัดต่ออีกหนึ่งนาที ตกแต่งแล้วยกเสิร์ฟ

* การคั่ว (DRY FRYING) คือวิธีปรุงอาหารแบบโบราณที่จะผัดอาหารจนหอมในกระทะโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน

โดย ไวโอเล็ต ออน (VIOLET OON)

อาหารสิงคโปร์ที่คุณต้องลอง อาหารจานนี้ใช้การผสมผสานของเนย กระเทียม น้ำมันหอย ขิง เครื่องหอม และพริกไทยดำบดเพื่อให้กลายเป็นอาหารจานเด็ดที่รสชาติเยี่ยม สูตรอาหารนี้ยังใช้กับกุ้งได้อีกด้วย


โรจัก ดู review ได้ที่นี่ค่ะ


เครื่องปรุง
แตงกวาขนาดเล็ก 1 ลูก ตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยม
สับปะรด 2 ชิ้น ตัดเป็นชิ้นสามเหลี่ยม
หัวเทอร์นิปเล็ก ½ หัว ปอกแล้วตัดเป็นสามเหลี่ยม
ถั่วงอก 1 ถ้วย ลวก
ผักบุ้งจีนหนึ่งกำ ลวก
ไข่เยี่ยวม้า 2 ฟอง ปอกเปลือกและผ่าเสี้ยว
หมึกแห้ง ½ ตัดเป็นชิ้น
ปาท่องโก๋ 1-2 ชิ้น
เต้าหู้ทอด 2-3 ชิ้น

เครื่องแต่งหน้า
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะพูน
น้ำร้อนเพื่อทำให้นิ่ม
พริกแดง 2-3 เม็ด ทุบ (หรือใช้ Sambal olek 1 ช้อน)
น้ำตาล 1-2 ช้อนโต๊ะหรือตามชอบ
น้ำมะขาม ใช้ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำ ¼ ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ลูก
ถั่วลิสงคั่ว ½ ถ้วย สับให้ละเอียด
ยอดขิงอ่อน สับละเอียด

วิธีปรุง
ใส่กะปิลงชาม ทำกะปิให้นิ่มด้วยน้ำร้อน 1 ช้อน เติมพริก น้ำมะขาม น้ำตาล และน้ำมะนาวเพื่อทำให้กะปินิ่ม คนให้เข้ากันจนเหนียว แล้วให้ใส่ถั่วสับและยอดขิงอ่อน ชิมแล้วแต่งรสตามชอบ ควรให้มีรสเค็ม เปรี้ยว และหวานอย่างสมดุล

ตัดแตงกวา สับปะรด และผักบุ้งจีนเป็นชิ้นสามเหลี่ยมขนาดพอคำ ลวกถั่วงอกและผักบุ้งจีนในหม้อน้ำร้อนหรือเข้าไมโครเวฟที่ความร้อนสูงสักสอง นาที วางปาท่องโก๋และเต้าหู้ทอดลงในเตาอบที่ไฟอ่อน 100 ° C เป็นเวลา 10 นาทีเพื่อให้กรอบ แล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆ

จัดวางสลัดโดยวางผักลงในชาม ตามด้วยไข่เยี่ยวม้ากับหมึกแห้ง ด้านบนสุดใส่ปาท่องโก๋และเต้าหู้ทอด แต่งหน้าด้วยถั่วลิสงและถั่วดำบด ผสมให้เข้ากันแล้วยกเสิร์ฟ

จากตำราอาหาร “Singapore Heritage Food” (อาหารมรดกสิงคโปร์) โดยซิลเวีย ตัน (Sylvia Tan)

ใครเล่าจะคิดว่าคนขายของหาบเร่ชาวจีนจะดัดแปลงสลัดสไตล์อินโดนีเซียโดยเติม ส่วนผสมใหม่เข้าไป ที่อินโดเรียกอาหารจานนี้ว่า "รุดจัก" (Rudjak) แต่โรจักของเรามีปาท่องโก๋ ปลาหมึกแห้ง เต้าหู้ทอด และแม้แต่ไข่เยี่ยวม้า ส่วนโรจักของญี่ปุ่นจะเป็นแบบง่ายๆที่มีแค่ผลไม้กับผักเป็นหลัก


โรตีพราตา


เครื่องปรุง
แป้งธรรมดา 1 กก. ร่อนแป้งในชามขนาดใหญ่
น้ำ 16 ออนซ์ (2 ถ้วย)
เนยใส 80 กรัม (เนยกี)
น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ
หัวเชื้อวานิลลา 1 ช้อนชา

เครื่องปรุง
ผสมน้ำ น้ำตาล และเกลือ เติมเนยใส 40 กรัม คนแล้วเติมส่วนผสมข้างต้นลงในแป้ง แล้วนวดจนแป้งนิ่ม ลื่นและแน่น ทิ้งไว้ 20 นาที ปั้นแป้งปริมาณ 50 กรัมให้เป็นลูก แล้วเคลือบด้วยเนยเพื่อป้องกันเหนียวเหนอะ ปั้นแป้งที่เหลือจนหมดแล้วกองเรียงไว้ในชาม ปิดด้วยแผ่นพลาสติกทิ้งไว้อย่างน้อยสี่ชั่วโมง ตั้งไฟบนแผ่นเหล็กด้วยความร้อนปานกลาง ทาน้ำมันบนแผ่นเหล็ก (กระทะโรตี) จากนั้นทำแป้งแต่ละลูกให้แบน ด้วยการยืดแล้วเหวี่ยงไปบนอากาศ จนคุณได้แป้งที่แผ่นบางเท่ากระดาษ พับขอบแป้งเข้าด้านในเพื่อให้เป็นสี่เหลี่ยม วางลงบนแผ่นเหล็กร้อน พับด้านข้างแล้วทอดจนเหลือง พลิกกลับแล้วทอดอีกด้านจนเหลือง แป้งลูกอื่นก็ทำแบบเดียวกัน ทำให้โรตีนุ่มด้วยการตบโรตีด้วยมือสองข้าง เสิร์ฟพร้อมกับแกงเนื้อหรือโรยน้ำตาล

โดย ส. รามานันต์ (S RAMANAN)

เป็นอาหารอินเดียของชาวสิงคโปร์ โรตีพราต้า (Roti Prata) เป็นอาหารโปรดของคนที่นี่สำหรับทุกมื้อของอาหาร ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน หัวค่ำหรือแม้แต่ตอนเย็น! คุณสามารถเลือกได้หลายรสชาติ ตั้งแต่ แบบธรรมดา (ตามสูตรข้างบน) หรือจะใส่ไข่และหัวหอม รสแปลกๆก็มีอย่างเช่นโรตีที่เสิร์ฟพร้อมเนยแข็งหรือไอศครีม


สาเทย์ (หมูหรือไก่สะเต๊ะนั่นเอง)



เครื่องปรุง
เนื้อไก่หรือหมู 600 กรัม ตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมแล้วทุบเบาๆ
แตงกวาหั่น 2 ลูก
หัวหอม 2 หัว ปอกแล้วหั่น
ไม้สะเต๊ะ 40 ก้าน

ส่วนผสมเครื่องแกง(Rempah)
ตะไคร้ 1 ต้น ปอกแล้วใช้แต่ส่วนที่เป็นสีขาวเท่านั้น
หัวหอมปอก 10 หัว ผงลูกผักชี 2 ช้อนชา
ผงยี่หร่า 1 ช้อนชา ผงขมิ้น 1 ช้อนชา
ผงอบเชย 1/4 ช้อนชา
เกลือ 1 1/2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนชา
ถั่วลิสงคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
หมักเนื้อไว้ในเครื่องแกงเป็นเวลา 30 นาที แล้วเอาเนื้อเสียบไม้ ย่างสะเต๊ะบนตะแกรงบาร์บีคิวหรือบนเตาอบที่อุณหภูมิ 240oC เป็นเวลาห้าถึงเจ็ดนาทีในแต่ละด้าน ทาน้ำมันระหว่างที่ย่างด้วย เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มถั่ว แตงกวา และหัวหอม

น้ำจิ้มถั่วลิสง
ตะไคร้ 2 ก้าน (เอาเฉพาะก้านสีขาวเท่านั้น) น้ำมัน 180 มล. เนื้อมะขาม 4 ช้อนโต๊ะกลม น้ำ 4 ถึง 6 แก้ว น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสง 600 กรัม (คั่วแล้วบด) น้ำมัน 4 ถึง 5 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกงสำหรับทำน้ำจิ้ม
ข่าหั่น 12 ต้น หอมปอก 12 หัว กระเทียม 6 กลีบ พริกแห้งแบบนุ่ม 20-30 เม็ด กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง
นวดเนื้อมะขามโดยใส่น้ำ 2 ถ้วยแล้วบีบ ตั้งกระทะให้ร้อน ใช้ไฟแรง เติมน้ำมัน ผัดเครื่องแกงและตะไคร้จนออกกลิ่นหอม ต้มสองนาทีแล้วเติมน้ำตาล เกลือ ถั่วลิสงป่น และน้ำ 2 แก้ว เคี่ยวจนน้ำจิ้มข้น

โดย เชอร์เมย์ ลี (SHERMAY LEE)

ถือกันว่าสะเต๊ะของสิงคโปร์เป็นอาหารยอดนิยมที่สุดจานหนึ่งของนักท่องเที่ยว ต้นตำรับมาจากมาเลย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชาวเปรานากันและชาวจีนก็ทำอาหารจานนี้ด้วยเช่นกัน



ขอบคุณข้อมูลจาก

 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
ห้องสมุด มุสลิมไทย โพสต
คำถามยอดฮิต ทำไม มุสลิมต้อง บอยคอต สินค้ายิว
เทคนิคการเลือกผู้ชาย มาเป็นสามี ที่ดี
อัซซุนนะฮฺคืออะไร ความหมายที่แท้จริง
ภัยร้ายของสตรีมุสลิม - ความผิดที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิง มากที่สุด
สิ่งที่ต้องปฏิบัติในอิสลาม และ ข้อห้ามในอิสลาม
การพนันข้อห้ามการเงินอิสลาม การแทงบอล การเล่นหวย การแทงมวย การแทงม้า
สรุป 70 บาปใหญ่ จากหนังสืออัลกะบาอิรฺ
10 เรื่องที่คุณอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับ กะบะฮฺ
แง่มุมความรัก ตามแบบฉบับซุนนะฮ์ ของท่านนะบีมุฮัมมัด
หลักการง่ายๆ ในการคำนวณการออกซะกาต วิธีการคำนวณซะกาตเงิน ซะกาตทอง
ดูทั้งหมด  
บทความ มุสลิมไทย โพสต์
ชายผู้โพกผ้า หนักที่สุดในโลก
ศัพท์ช่างน่ารู้ รวมคำศัพท์เทคนิคเกียวกับงานปรับอากาศ ศัพท์แอร์
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ดนตรีธรรมชาติ
สํานวนสุภาษิตไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ความหมาย สุภาษิตไทย สํานวน สุภาษิต คําพังเพย
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ กบกินเดือน
นิทานพื้นบ้านภาคกลางเรื่องไกรทอง
นิทานสอนใจ เรื่อง ยามเมื่อแก่ตัวลง
คำศัพท์ภาษาใต้ พูด ภาษาใต้ โกรธ ภาษาใต้
นิทานสอนใจ เรื่อง กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
รวมนิทานพื้นบ้าน 20 เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคต่างๆ ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน
ดูทั้งหมด  
สุขภาวะ มุสลิมไทย โพสต์
รอบเดือน หรือ ประจำเดือน ลองอ่านสักนิด แล้วจะรู้
เอนโดเมทริโอสิส (โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่) คืออะไร
ช็อกโกแลตซีส ความจริงที่ (ผู้หญิง) ต้องใส่ใจ
น่ารู้ โรคภูมิแพ้ การรักษาโรคภูมิแพ้ และ การป้องกันโรคภูมิแพ้
วีดีโอคลิบ วิธีการล้างมือ (การล้างมือ) เทคนิคการล้าง ที่ไม่ควรมองข้าม
อาหาร 8 อย่าง ที่ย่อยยากสุดๆ คุณเองก็อาจนึกไม่ถึง
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus)
โรคหิด (Scabies)
โรคปอดบวม โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
ดูทั้งหมด  
 
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก