หมวดหมู่
 
    หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | แวดวง กอท.  | ข่าวการเมือง  | มัตตาเฟ่  | เว็บบอร์ด  | ก้าวทันโลก  | มองเอเชีย  |
 ผู้หญิงนะคะ  | สุขภาพ  | ข่าวธุรกิจ  | ฮาลาลหะรอม  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> สุขภาพ - การแพทย์ >> เกี่ยวกับเรื่องเพศ
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
ถ่ายเป็นเลือดอาก่รของโรคอะไร และ ถ่ายเป็นเลือดสด ๆ น่าจะเป็นโรค อะไรกันแน่
คำค้น : ถ่ายเป็นเลือดสด ๆ น่าจะเป็นโรค , ถ่ายเป็นเลือดอาก่รของโรคอะไร

ถ่ายเป็นเลือดอาก่รของโรคอะไร  และ น่าจะเป็นโรคอะไร

อาการถ่ายเป็นเลือดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ จะมีสาเหตุแตกต่างกับอาการที่เกิดขึ้นในเด็ก ในที่นี้จึงเน้นเฉพาะที่เกิดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเท่านั้น ทุกครั้งที่เราถ่าย ให้คอยสังเกตเวลาเราใช้กระดาษชำระเช็ด หรือใช้น้ำล้างว่ามีสีผิดปรกติหรือไม่  และลักษณะอุจจาระที่ติดมากับกระดาษเป็นอย่างไร  สีที่ผิดปรกติ เช่น สีดำ สีแดง สีเหมือนน้ำหมาก หรือเป็นเลือดสด ๆหยดติ๋ง ๆ  ลักษณะอุจจาระมีมูกปนมาด้วยหรือไม่   และเมื่อสังเกตพบสิ่งผิดปรกติ  ให้เหลือบไปมองที่โถถ่ายว่ามีสีและลักษณะอุจจาระเป็นอย่างไร  อย่าเพิ่งรีบร้อนชักโครกหรือราดน้ำลงไป

 

สีดำที่ปนมา กับอุจจาระอาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กมาก เช่น ตับหมู ตับไก่ หรือกินวิตามินธาตุเหล็ก  นอกจากนี้อาจเกิดจาก เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น  จากสาเหตุเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือที่รู้จักกันดีว่าเป็น “โรคกระเพาะ”   ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ อาจเกี่ยวกับความเครียด การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา น้ำชา กาแฟ และในคนที่มีอาการปวดเรื้อรัง ต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดข้อปวดเข่าเป็นประจำ   ในกรณีที่เลือดออกจากแผลกระเพาะอาหารไม่มาก  เลือดที่ออกมาจะทำปฏิกิริยากับกรดเกลือ(กรดไฮโดรคลอริก)ในกระเพาะอาหาร เปลี่ยนเป็นสีดำ   เมื่อขับถ่ายออกมาจึงมีสีดำที่เรียกว่า “ถ่ายดำ” (Melina)    เราสามารถแยกได้ว่าอาการถ่ายดำเป็นเพราะเลือดออกจากแผลในกระเพาะหรือจากการ กินวิตามินหรืออาหารที่มีธาตุเหล็ก  โดยการเอาอุจจาระไปตรวจหาเลือดที่เรียกว่า occult blood    ถ้าให้ผลเป็นบวกน่าจะเป็นเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร

ถ้าถ่ายเป็นเลือด ปนคลุกเป็นเนื้อเดียวกับอุจจาระ ให้คิดว่าน่าจะเป็นเลือดที่ออกมาจากลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่ หรือแม้แต่ออกจากแผลในกระเพาะอาหาร   ถ้ามีปริมาณเลือดออกมาก  เลือดที่ปนออกมาจะค่อนข้างแดงหรือแดงสด  โรคในลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็กที่เป็นสาเหตุของเลือดออก เช่น ติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้อในลำไส้ ที่เรียกว่า “โพลิบ”(Polyp)   รวมทั้งก้อนเนื้องอกชนิดเนื้องอกธรรมดา รวมทั้งเนื้องอกมะเร็ง Hemorrhoid

ถ้าเห็นเลือดสด ๆ หยดติ๋ง ๆ ออกมา  เมื่อถ่ายเสร็จแล้วสักครู่เลือดก็หยุด ให้คิดว่าน่าจะออกจากบริเวณส่วนทวารหนักหรือลำไส้ใหญ่ส่วนล่างสุด   สาเหตุส่วนใหญ่ได้แก่ ริดสีดวงทวาร  ติ่งเนื้อ polyp ที่ลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (Rectal polyp)  รวมทั้งมะเร็งของลำใหญ่ใหญ่หรือทวารหนัก  โดยทั่วไปจะมีเลือดสด ๆ อย่างเดียว ไม่มีอาการปวด   ถ้ามีอาการปวดอาจนึกถึง แผลฉีกขาดที่บริเวณปากทวาร(anal fissure) จากการถ่ายลำบากหรือท้องผูก,  ริดสีดวงทวารที่อยู่ในระยะบวมอักเสบ(Prolapsed edematous hemorrhoid) หรือริดสีดวงอักเสบมากจากเลือดคั่งในหัวริดสีดวง(Thromboses hemorrhoid) ซึ่งนอกจากปวดที่ปากทวารมากแล้วยังนั่งทับไม่ได้,  มะเร็งของลำไส้ใหญ่ส่วนล่างหรือทวารหนักในระยะที่เกิดการอุดตันของรูทวาร หรือช่องทวาร

ลักษณะอุจจาระที่มีมูกปน (คล้ายมูกเวลาที่มีน้ำมูกเหนียว ๆ ข้น หรือใส เวลาที่เป็นหวัด) ถือว่าเป็นสิ่งผิดปรกติ มักมีสาเหตุจากก้อนเนื้องอก หรือติ่งเนื้อชนิดธรรมดา รวมทั้งชนิดเนื้อร้ายหรือมะเร็ง

สุขนิสัยการขับถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ หลายคนอาจมีปัญหาท้องผูก บางคน 5-7 วัน ถ่ายครั้ง หรือในทางตรงข้าม บางคนถ่ายเหลว ๆ วันละ 4-5 รอบ ไม่เหมือนกับท้องเสีย โดยเฉพาะภาวะเครียด ตื่นเต้น ใกล้วันสอบ จะเข้าห้องสอบ  ถ้าเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว  อาจไม่ถือเป็นสิ่งผิดปกติได้  แต่ถ้าเกิดบ่อย ๆ ก็น่าจะพบแพทย์ขอคำปรึกษา    อย่างไรก็ตาม สุขนิสัยการขับถ่ายที่ถือว่าผิดปกติอย่างชัดเจนได้แก่ อาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย   อาจเป็นอาการที่ชักนำเราให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และที่สุดอาจพบสาเหตุของการเป็น เนื้องอกหรือมะเร็งลำไส้

จะเห็นได้ว่าการหมั่นสังเกตลักษณะการขับถ่ายของตนเองมีความสำคัญ  ทำให้เราไปพบแพทย์ตรวจแต่เนิ่น ๆ    การตรวจในขั้นต้น เช่น เก็บอุจจาระส่งตรวจดูว่ามีเลือดปนมาหรือไม่ (ตรวจหา occult blood) หรือการตรวจทางทวารโดยใช้นิ้วมือ(Per Rectal examination หรือเรียกย่อ ๆ ว่า PR)และใช้กล้องส่องตรวจทางทวาร (Proctoscope หรือ Anoscope) จะสามารถตรวจหาสาเหตุได้ไม่น้อยกว่า 85% ของโรคที่กล่าวมาแล้ว  จะเห็นว่าการตรวจตามที่กล่าวมานี้ ทำได้ง่าย ๆ  รู้ผลทันทีหรือไม่เกิน 15 นาที   ตรวจแบบคนไข้นอก(คนไข้โอพีดี) ได้  ไม่เจ็บ   ที่สำคัญคือไม่ควรอายที่จะให้แพทย์ตรวจทางทวาร

ในบางครั้งจำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษ เช่น การส่องกล้องตรวจในกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Gastroscope หรือส่องกล้องตรวจดูในลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง (Sigmoidoscope) หรือส่องกล้องตรวจดูลำไส้ใหญ่ทั้งหมด(Colonoscope) รวมทั้งการทำเอกซเรย์โดยใช้แป้งทึบแสงดูในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วน ต้น(Upper GI barium study) หรือสวนเข้าไปในลำไส้ใหญ่(Barium enema) รวมทั้งการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดละเอียด(Multislice CT-abdomen) รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ  เช่น   การกลืนแคปซูลที่มีรูปร่างคล้ายยาเม็ดแคปซูลแก้อักเสบที่เราคุ้นเคย   เมื่อแคปซูลเคลื่อนตัวผ่านทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหารลงไปถึงลำไส้ใหญ่   จะมีการบันทึกภาพไว้ ซึ่งเมื่อเอาแคปซูลนี้ใส่ในเครื่องอ่าน จะอ่านข้อมูลเข้าในคอมพิวเตอร์ สร้างเป็นภาพให้เห็นสิ่งผิดปรกติได้  สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบสาเหตุของการถ่ายเป็นเลือดและให้การ รักษาอย่างถูกต้องได้แต่เนิ่น ๆ

ในด้านการรักษา ขึ้นกับสาเหตุที่เป็น เช่น เลือดออกจากแผลในกระเพาะ ก็ให้หลีกเลี่ยงสาเหตุเช่น เลิกดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ลดภาวะเครียด รวมทั้งการใช้ยารักษา มีน้อยรายที่ต้องผ่าตัด  ถ้าเป็นโรคในลำไส้ หรือส่วนของทางเดินอาหารที่จำเป็นต้องผ่าตัดออก เทคนิคการผ่าตัดด้วยกล้องส่องผ่านทางหน้าท้อง (Laparoscope) หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า “เจาะรูส่องกล้องผ่าตัด”  ช่วยให้คนไข้ไม่ปวดแผลหลังผ่าตัด   ฟื้นตัวเร็ว และกลับบ้านได้ภายใน 2-3 วัน   หรือถ้าเป็นโรคริดสีดวงทวาร   เทคนิคใหม่ที่ใช้เครื่อง “ตัดเย็บริดสีดวงทวารในช่องทวาร” ที่เรียกว่า ผ่าตัดริดสีดวงโดยใช้ Stapler หรือเรียกชื่อย่อว่า PPH (Procedure for Prolapse and Hemorrhoid) ดังรูป-1 ก็ช่วยให้คนไข้ไม่ปวดแผลหลังผ่าตัด ไม่ต้องดูแลแผล(เพราะไม่มีแผลภายนอก, รอยตัดเย็บอยู่ภายในช่องทวาร จึงไม่เกิดอาการปวด) สามารถขับถ่ายเป็นปรกติได้ตั้งแต่วันแรกที่ผ่าตัดเลย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาช่องทวารตีบหรือกลั้นอุจจาระไม่อยู่  เทคนิคการผ่าตัดใหม่ ๆ นี้ มีใช้ที่โรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง หรือจะปรึกษามาที่แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยา ซึ่งมีประสบการณ์และความชำนาญในการผ่าตัดด้วย laparoscope และ PPH ดังกล่าวข้างต้น

จะเห็นได้ว่าการหมั่นสังเกตตัวเองในเรื่องการขับถ่าย.....เหลือบมองสัก นิดก่อนที่จะชักโครกลงไป.... จะช่วยให้เราห่างไกลโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวงทวาร รวมทั้งมะเร็งร้าย หรือถ้าต้องเผชิญกับมัน ก็เป็นระยะเริ่มแรกที่รักษาหาย

 
 
  เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง :-
 
  เนื้อหาที่คุณอาจกำลังค้นหา :-
 
20 อันดับข่าวฮ็อตในรอบสัปดาห์
20 อันดับข่าวสุดฮิตตลอดกาล
ห้องสมุด มุสลิมไทย โพสต
คำถามยอดฮิต ทำไม มุสลิมต้อง บอยคอต สินค้ายิว
เทคนิคการเลือกผู้ชาย มาเป็นสามี ที่ดี
อัซซุนนะฮฺคืออะไร ความหมายที่แท้จริง
ภัยร้ายของสตรีมุสลิม - ความผิดที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิง มากที่สุด
สิ่งที่ต้องปฏิบัติในอิสลาม และ ข้อห้ามในอิสลาม
การพนันข้อห้ามการเงินอิสลาม การแทงบอล การเล่นหวย การแทงมวย การแทงม้า
สรุป 70 บาปใหญ่ จากหนังสืออัลกะบาอิรฺ
10 เรื่องที่คุณอาจจะไม่รู้เกี่ยวกับ กะบะฮฺ
แง่มุมความรัก ตามแบบฉบับซุนนะฮ์ ของท่านนะบีมุฮัมมัด
หลักการง่ายๆ ในการคำนวณการออกซะกาต วิธีการคำนวณซะกาตเงิน ซะกาตทอง
ดูทั้งหมด  
บทความ มุสลิมไทย โพสต์
ชายผู้โพกผ้า หนักที่สุดในโลก
ศัพท์ช่างน่ารู้ รวมคำศัพท์เทคนิคเกียวกับงานปรับอากาศ ศัพท์แอร์
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ เรื่อง ดนตรีธรรมชาติ
สํานวนสุภาษิตไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ความหมาย สุภาษิตไทย สํานวน สุภาษิต คําพังเพย
นิทานพื้นบ้านภาคเหนือ กบกินเดือน
นิทานพื้นบ้านภาคกลางเรื่องไกรทอง
นิทานสอนใจ เรื่อง ยามเมื่อแก่ตัวลง
คำศัพท์ภาษาใต้ พูด ภาษาใต้ โกรธ ภาษาใต้
นิทานสอนใจ เรื่อง กองฟืนเท่าภูเขา ก็มิอาจทดแทนคุณมารดา
รวมนิทานพื้นบ้าน 20 เรื่อง นิทานพื้นบ้านภาคต่างๆ ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน
ดูทั้งหมด  
สุขภาวะ มุสลิมไทย โพสต์
รอบเดือน หรือ ประจำเดือน ลองอ่านสักนิด แล้วจะรู้
เอนโดเมทริโอสิส (โรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่) คืออะไร
ช็อกโกแลตซีส ความจริงที่ (ผู้หญิง) ต้องใส่ใจ
น่ารู้ โรคภูมิแพ้ การรักษาโรคภูมิแพ้ และ การป้องกันโรคภูมิแพ้
วีดีโอคลิบ วิธีการล้างมือ (การล้างมือ) เทคนิคการล้าง ที่ไม่ควรมองข้าม
อาหาร 8 อย่าง ที่ย่อยยากสุดๆ คุณเองก็อาจนึกไม่ถึง
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
โรคสครับไทฟัส (Scrub typhus)
โรคหิด (Scabies)
โรคปอดบวม โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
ดูทั้งหมด  
 
 
สำนักข่าวมุสลิมไทยโพสต์
340 ลาดพร้าว 112 วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร 0-2514-0593 แฟ็กซ์ 0-2538-4215 Email : Webmaster@muslimthaipost.com
สารบัญเว็บไซต์ Muslimthaipost.com
SubDomain หน้าหลัก