หมวดหมู่
 
หน้าแรก  | ข่าววันนี้  | ประเด็นดัง  | กรรมการกลาง  | มุสลิมไทย  | เว็บบอร์ด  | โลกอาหรับ  | มุสลิมโลก  | ผู้หญิง  | สุขภาพ  | ฮาลาล  | 
แฟชั่นมุสลิม  | ชื่ออาหรับ  | เวลาละหมาด  | คลิบวิดีโอ
ค้นหา
หากมีคำค้นหลายตัว สามารถคั่นด้วย comma (,)
หน้าหลัก >> หมวดทั่วไป >> เรื่องทั่วไป สาระน่ารู้
พิมพ์หน้านี้  |  ส่งให้เพื่อน
โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเรื้อรัง คือ การพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปัญหาโรคเรื้อรัง
คำค้น : โรคเรื้อรัง ได้แก่

โรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเรื้อรัง คือ การพยาบาลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปัญหาโรคเรื้อรัง



หลังการใช้ยารักษาโรคเรื้อรังให้ได้ผลดีและปลอดภัย

          เพื่อให้การใช้ยาของผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้ผลดีและปลอดภัย ซึ่งตัวผู้ป่วยหรือผู้ดูแลผู้ป่วยที่ทำหน้าที่รับยาและเป็นผู้ที่ให้ยาควรปฎิบัติ มี 4 ขั้นต้อนง่ายๆดังนี้
          1 การตรวจรักษาจากแพทย์
          2 การรับยาที่ห้องยา
          3 การใช้ยา
          4 หลังจากใช้ยา

การตรวจรักษาจากแพทย์
          การที่จะใช้ยาให้ได้ผลดีและปลอดภัย เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการรับการตรวจรักษาจากแพทย์  ซึ่งระหว่างนี้แพทย์จะทำการซักประวัติความเจ็บป่วยพร้อมกับการตรวจร่างกายและอาจจะมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์  ตรวจเลือด เป็นต้น    เตรียมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยเล่าให้แพทย์ฟัง
 สิ่งหนึ่งที่สำคัญนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับความเจ็บป่วยในปัจจุบันที่แพทย์ซักถามค้นหาด้วยแพทย์เองแล้ว  ผู้ป่วยก็สามารถช่วยได้ด้วยการเตรียมข้อมูลสำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยของตนเอง  ทั้งอดีตและปัจจุบันให้พร้อมและเล่าให้แพทย์ฟัง ซึ่งรวมถึงเรื่องยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผู้ป่วยใช้เป็นประจำ  ตลอดจนอาการแพ้ยา หรืออาการอันไม่ถึงประสงค์ ผลข้างเคียงที่เกิดจากยา เพื่อแพทย์จะได้รับข้อมูลประกอบการเจ็บป่วยอย่างครบถ้วนส่งผลให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่ยำ และให้การรักษาด้วยยา และวิธีอื่นๆได้อย่างเหมาะสม     แจ้งเรื่องยา  สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆที่ท่านใช้อยู่ด้วย
          กรณีที่มีการใช้ยาจากโรคอื่นๆ สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นจำนวนมาก  ผู้ป่วยอาจทำเป็นรายการหรือนำตัวอย่างพร้อมบรรจุภัณฑ์ทุกชนิดไปแสดงให้แพทย์ได้รับรู้ก่อนการวินิจฉัยโรคและให้การรักษา  บรรดายา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดอาจจะไปเสริมฤทธิ์ทำให้ผลของยาที่แพทย์จะจ่ายให้มีฤทธิ์มากขึ้น  และอาจเกิดอันตรายได้ หรือตรงกันข้าม ยา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิด ก็อาจจะไปต้านฤทธิ์ยาที่แพทย์จะจ่าย ทำให้ผลการรักษาได้น้อยลง  ขอให้แพทย์อธิบายเรื่องยาและการรักษาด้วยวิธีอื่นๆอย่างละเอียด     เมื่อแพทย์ให้การรักษา  รวมถึงการสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วย โดยทั่วไปแพทย์จะบันทึกไว้ในใบสั่งยา ระบุชนิด จำนวน  และวิธีใช้ยา
          ผู้ป่วยควรได้รับการอธิบายจากแพทย์ว่า  มียาชนิดใดบ้างที่แพทย์สั่งจ่ายให้ ด้วยวัตถุประสงค์ใด  มีวิธีการใช้อย่างไร  และอาจจะเกิดผลต่อผู้ป่วยที่กินยาอย่างใดบ้าง คือทั้งผลดีและผลเสียของยาทั้งหมด

 

การรับยาที่ห้องยา
          เมื่อได้รับยาจากห้องยาแล้วผู้ป่วยจะต้องตรวจเช็กยาทั้งหมดที่ตนได้รับ ดังนี้
 “ถูกคน” หรือไม่  ด้วยการตรวจชื่อผู้ป่วยที่ปรากฏอยู่บนฉลากยาว่า ถูกต้องหรือไม่   เป็นชื่อผู้ป่วย ที่ปรากฏอยู่บนฉลากยาว่า  ถูกต้องหรือไม่ เป็นของผู้ป่วยหรือไม่
 “ถูกชนิด”  หรือไม่  ตรวจชนิดของยา ชื่อยา  ข้อบ่งใช้และจำนวนยาที่ได้รับว่า ถูกต้องตรงกับอาการความเจ็บป่วยของผู้ป่วยหรือไม่  และเป็นไปตามคำอธิบายของแพทย์หรือไม่  ถ้าเป็นยาที่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง และคำนวณดูว่าจำนวนเพียงพอถึงการนัดพบแพทย์ในครั้งต่อไปหรือไม่
          “ถูกวิธีใช้” หรือไม่   อ่านและทำความเข้าใจวิธีการใช้ยาให้ชัดเจน  ถ้ามียาใดที่ไม่เข้าใจหรือสงสัยวิธีใช้ยาให้ชัดเจน  ถ้ามียาใดที่ไม่เข้าใจหรือสงสัยวิธีใช้ยาจะต้องปรึกษาเภสัชกร ผู้จ่ายยาจนเข้าใจดีก่อนกลับบ้าน   มี “ยาใหม่”  หรือไม่  กรณีที่พบยาใหม่  ต้องตรวจเช็กว่าเป็นยาใหม่ตามคำอธิบายของแพทย์หรือไม่   ถ้าได้รับยาใหม่ตามคำอธิบายของแพทย์หรือไม่  ถ้าได้รับยาใหม่โดยที่แพทย์ไม่เคยอธิบายให้ฟัง  จะต้องปรึกษาเภสัชกรทันที  เพราะอาจผิดพลาดและเกิดอันตรายได้   มี “ยาที่มีรูปแปลกใหม่  ไม่คุ้นเคย  จะต้องปรึกษาเภสัชกรผู้จ่ายยา  เพื่อขอคำแนะนำวิธีการใช้ยาและฝึกฝนให้ถูกต้อง   
          “ผลข้างเคียงของยา”  จะต้องสอบถามถึงผลข้างเคียงของยาที่พบบ่อยและอันตราย  จะได้สังเกตหลังการใช้ยา  และติดตามอาการเหล่านี้ เพื่อปฎิบัติตัวหรือหลีกเลี่ยงอาการดังกล่าวให้รบกวนการใช้ยาน้อยที่สุด หรือแจ้งต่อแพทย