นี่คือหน้าตา “ผ้าอนามัย” ของผู้หญิงในอดีต ไม่น่าเชื่อ “กากมะพร้าว” ก็มาจริงๆ !!

9 มีค. 61     626

นี่คือหน้าตา “ผ้าอนามัย” ของผู้หญิงในอดีต ไม่น่าเชื่อ “กากมะพร้าว” ก็มาจริงๆ !!

ผ้าอนามัย เป็นสิ่งสำคัญของสาวๆในช่วงมีรอบเดือน หรือ ประจำเดือน ซึ่งมันมีหน้าที่คอยซึบซับเลือดเหล่านั้นไม่ให้ไหลออกมาภายนอกสร้างความรำคานและสกปรก หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวของ "กากมะพร้าว" ที่มาที่เกี่ยวข้องกับผ้าอนามัย

วันนี้เราจึงนำภาพของ "ผ้าอนามัย" ในอดีตว่ามี "กากมะพร้าว" เข้ามาเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ แล้วถ้ามีหน้าตามันจะเป็นอย่างไร จะสร้างความอึดอัดให้กับสาวๆ ในช่วงมีประจำเดือนหรือป่าว เราลองไปดูกันเลย

"กากมะพร้าว" เข้ามาเกี่ยวข้องกับผ้าอนามัยจริง โดยสาวไทยในสมัยก่อนใช้กากมะพร้าว ทุบให้นิ่ม แล้วพ่อด้วยผ้าที่เย็บไว้เอามาใส่บริเวณจุดซ่อนเร้น ลักษณะคล้ายกับซูโม่ หรือ สาวไทยบางคนใช้ผ้าถุงห่อกากมะพร้าว ก่อนหน้านี้นำ "กากมะพร้าว" ไปแช่น้ำ แล้วนำมาทุบให้นุ่มก่อนจะนำไปใช้งาน ซึ่งมีวิธรการตามภาพด้านล่าง


sistacafe.com/summaries


หลังจากนั้นมาเกิดวิวัฒนาการเป็นแบบห่วง และ ซักได้


 

ต่อมา จอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน เป็นผู้ผลิตผ้าอนามัยรายแรก ชื่อ Lister’s Towels ตั้งแต่ปี ค.ศ.1896 ซึ่งในช่วงนั้นสาวๆยังไม่กล้าใช้เพราะข้อความที่ระบุข้างกล่องว่า “ผ้าอนามัยสำหรับคุณสุภาพสตรี (Sanitary for ladies) หลังจากนั้นจึงปรับให้ดูเรียบหรูไม่มีข้อความ มีแต่ชื่อแบรนด์เท่านั้น

ต่อมาเป็นรุ่น Kotex ผ้าอนามัยแบบนี้ผลิตจากผ้าฝ้าย ได้ไอเดียจากการใช้ผ้าซับเลือดในทหารสงครามที่ฝรั่งเศส

ต่อมาเป็น Modess กับ คูปองที่แอบซื้อผ้าอนามัย เพราะสาวๆในสมัยนั้นยังอายกับการซื้อผ้าอนามัย เลยคิดวิธีการตัดโฆษณาจากนิตยสารเผื่อรับกล่องผ้าอนามัยนั้นเอง

หลังจากนั้น ค่อยๆ วิวัฒนาการกลายเป็น ผ้าอนามัยแบบแถบกาว ที่เราใช้กันนั้นเอง เห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจและนับถือคนที่คิดผลิตขึ้นมา หากไม่ได้พวกเขารับรองว่าป่านนี้เราอาจต้องปลุกต้นมะพร้าวเพื่อทำผ้าอนามัยกันก็ได้นะเนี่ย

สุดท้ายอยากฝากทิ้งท้ายให้สาวระมัดระวังเรื่องการใช้ผ้าอนามัยที่ดี และถูกต้องคือ

1. ควรเปลี่ยนอย่างน้อย 2 ผืน ต่อวัน หรือให้ดีคือ 2-4 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้อับชื้นและเกิดการติดเชื้อได้

2. ควรสำรวจว่าใช้ผ้าอนามัยแบบไหน แบบสอด หรือปกจิ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจก่อนเกิดอันตรายในร่างกาย เนื่องจากได้รับสารพิษ (Toxin) จากเชื้อแบคทีเรียพวกสตาฟีโลคอคคัส (Staphylococcus spp.) ที่จะทำให้ ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย (เรียกว่า ทอกซิค ชอคซินโดรม -Toxic Shock Syndrome)

3. ควรเก็บผ้าอนามัยในที่แห้ง สังเกตุวันหมดอายุ และหากใช้แล้วแพ้ไม่ควรใช้ต่อนะ

ที่มา:   www.tsood.com
info.muslimthaipost.com


เป็นเพื่อน Line กับเรา