ปีการศึกษา 2553 เป็นปีที่ ทุกโรงเรียนนำหลักสูตรการศึกษาแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน มีทั้งโรงเรียนที่จัดทำแบบเอาจริงเอาจัง ทั้งที่โรงเรียนที่ คัดลอกเอามาจากโรงเรียนต้นแบบแล้วนำมาปรับเป็นของตนเอง แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว
การนำหลักสูตรกลุ่มสาระศิลปะไปใช้ในโรงเรียน (ตอนที่ 1)
ปีการศึกษา 2553 เป็นปีที่ ทุกโรงเรียนนำหลักสูตรการศึกษาแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน มีทั้งโรงเรียนที่จัดทำแบบเอาจริงเอาจัง ทั้งที่โรงเรียนที่ คัดลอกเอามาจากโรงเรียนต้นแบบแล้วนำมาปรับเป็นของตนเอง แต่ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าหลักสูตรจะได้มาโดยวิธีใด แต่มันอยู่ที่ว่าโรงเรียนนำหลักสูตรใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน กับโรงเรียน กับชุมชนต่างหาก ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ก็เป็นกลุ่มสาระหนึ่งที่จำเป็นต้องมีวิธีการนำหลักสูตรไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการนี้ ผู้เขียนขอนำเสนอวิธีการหนึ่งที่คิดว่าน่าจะช่วยให้ครูผู้สอนและโรงเรียนนำหลักสูตรสู่ห้องเรียนของตนเองให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อคุณครูที่กำลังประสบปัญหาในการนำหลักสูตรไปใช้จริง
ความหมายของการนำหลักสูตรไปใช้
การนำหลักสูตรไปใช้ หมายถึง การที่ผู้บริหารโรงเรียนและครูนำเอาโครงการของหลักสูตรที่เป็นรูปเล่มแล้วไปปฏิบัติให้บังเกิดผลรวมถึงการบริหารวิชาการของโรงเรียนเพื่ออำนวยให้ครูและนักเรียนสามารถสอนและเรียนได้
อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด (สันต์ ธรรมบำรุง. 2525 : 149)
การแปลงหลักสูตรไปสู่การสอนนั้น จะมีลักษณะเอกสารหลักสูตร ซึ่งประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้และกำหนดการจัดการเรียนรู้ เอกสารทั้งสองนี้จะขยายความและเนื้อหาของหลักสูตรเพื่อให้ชัดเจนตามลำดับ เมื่อครู
ลงมือสอนจริงจะต้องเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางการสอนออกมาเป็นรายชั่วโมง ดังนั้นความสำคัญ
ของแผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งในการนำหลักสูตรไปใช้
รายละเอียดดังนี้
แผนการจัดการเรียนรู้ คือ เอกสารที่ให้ราบละเอียดของครูที่จะสอน เพื่อให้บรรลุผลตามมาตรฐานของหลักสูตรที่วางไว้ แผนการจัดการเรียนรู้มีหลายรูปแบบ แบบตาราง แบบพิสดาร แบบเรียงลำดับหัวข้อ ซึ่งแผนทุกประเภทต้องมีส่วนประกอบเดียวกันคือ ชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ เวลาที่ใช้สอน ความคิดรวบยอด จุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล ซึ่งสามารถปรับ ขยาย เพิ่ม ลด ให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่น โดยให้บุคลากร ครู ศึกษานิเทศก์ ในท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการนำหลักสูตรไปใช้แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระศิลปะในระดับประถมศึกษา ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จักชม รู้จักแสดงออกทางศิลปะ รู้คุณค่าชื่นชมและรักษาศิลปวัฒนธรรมชองชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีประสบการทางศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์อย่างกว้างขวาง เพื่อเสริมสร้างค่านิยม เจตคติ ปรับปรุงอารมณ์ สังคมและบุคลิกภาพของตนในทางที่ดีงาม
ลักษณะของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ดี
1. มีกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติให้มากที่สุด
2. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นผู้ค้นพบคำตอบและทำสำเร็จด้วยตนเอง
3. เน้นทักษะกระบวนการให้นำไปใช้ได้จริง
4. ส่งเสริมการใช้วัสดุอุปกรณ์ท้องถิ่น
5. มีความสมบูรณ์ต่อการตอบสนองจุดมุ่งหมาย หลักการ เนื้อหาสาระของ
6. หลักสูตรเป้าหมายของหลักสูตร
7. มีความสอดคล้องอย่างดีกับจุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมที่นำไปสู่
8. ประสงค์แต่ละข้อและการวัดการประเมินผลการเรียนรู้ทุกจุดประสงค์
ที่มา : อมรา กล่ำเจริญ. วิธีสอนนาฏศิลป์ คณะวิชามนุษยศาสตร์ วิทยาลัยครูพระนครศรีอยุธยา. 2535.
ที่มา : htts://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=3113
จากหลักสูตร>>>สู่โรงเรียน ตอนที่ 1