เตือนพ่อแม่อย่ารักลูกมากไป! โรคฮิตเด็กรุ่นใหม่ “โรคไม่รู้จักความลำบาก”!! ภัยเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น


เด็กในสังคมยุคปัจจุบันแทบจะมีทุกอย่างที่ผู้ใหญ่มีกัน ทั้งที่ยังไม่ต้องทำงาน แต่ก็มีพร้อมทุกอย่างเพราะพ่อแม่หาให้ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน ไอแพด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ...


เตือนพ่อแม่อย่ารักลูกมากไป! โรคฮิตเด็กรุ่นใหม่ “โรคไม่รู้จักความลำบาก”!! ภัยเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

โรคไม่รู้จักความลำบาก โรคใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับเด็ก ๆ และจะกลายเป็นปัญหาต่อการเติบโตหากพ่อแม่ไม่ได้เลือกสร้างภูมิคุ้มกันของความลำบากให้ลูก ไม่เลือกให้ลูกได้ออกไปพบเจอโลกของความจริงที่ว่า ชีวิตแม้ว่าจะรวยหรือจนก็ไม่มีใครสบายได้ตลอดไป ต้องมีความลำบาก ความทุกข์ เกิดขึ้นปะปนกันไป ดังนั้น การเลือกสอนให้ลูกรู้จักกับความลำบาก ฝึกลูกให้มีหน้าที่รับผิดชอบ รู้การแบ่งปัน การให้ และเรียนรู้ หรือพยายามทำด้วยตัวเองได้ตั้งแต่เด็กย่อมเป็นสิ่งที่ดี

สาเหตุที่เด็กถึงเป็นโรคไม่รู้จักความลำบาก

1. เทคโนโลยีครอบงำ 

 ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างการใช้สมาร์ทโฟน แทปเล็ต ได้กลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทกับเด็ก ๆ ตั้งแต่ตัวเล็กในยุคดิจิตอล และมีอิทธิพลมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ หลายราคาที่จับต้องได้ ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่หยิบยื่นให้ลูกใช้ง่าย ๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรและไม่พยายามปฏิเสธหรือเบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น

เตือนพ่อแม่อย่ารักลูกมากไป! โรคฮิตเด็กรุ่นใหม่ “โรคไม่รู้จักความลำบาก”!! ภัยเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

2.อยากให้ลูกสบายจนทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว

การมีพี่เลี้ยงไว้คอยดูแลลูกน้อย เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่อันเหนื่อยหนักของพ่อแม่ โดยไม่ยอมสอนลูกให้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง จนลูกไม่สามารถทำอะไรเป็นได้ เมื่อเติบโตขึ้นในสังคม เช่น เริ่มต้นเข้าโรงเรียนก็จะกลายเป็นภาระให้กับบุคคลรอบข้างที่ต้องคอยช่วยเหลือ

3.กางปีกปกป้องลูกมากเกินไป

เพราะความกังวลเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับลูกรัก จึงไม่หาโอกาสพาลูกออกไปเปิดประสบการณ์ต่อโลกภายนอก และจำกัดที่ทางให้ลูกอยู่ภายใน ยอมให้ลูกนั่งดูทีวี เปิดยูทูป เล่นเกมในไอแพด ซึ่งเป็นการปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้กับสังคมภายนอก และไม่รู้จักกับการแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนดีกับคนไม่ดีขาดการสังเกตและเรียนรู้

4.ไม่ยอมปล่อยให้ลูกลำบาก เพราะตนเองเคยลำบากมาก่อน

เพราะไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนที่ตนเองเคยเป็นมาก่อน พอฐานะดีขึ้นจึงส่งเสริมและเลี้ยงลูกด้วยวัตถุ เงินทอง ฯลฯ เหล่านี้ จะทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความอดทน ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ อ่อนแอ และแข็งกระด้าง

5.ใช้ชีวิตติดสื่อ

 จริงอยู่ว่าสื่อยุคใหม่ทำให้การเรียนรู้ทางสมองของเด็กพัฒนาไวมากขึ้น จะท่อง กอไก่ ขอไข่ เปิดยูทูปดูได้เลย พ่อแม่ไม่ต้องมาคอยนั่งสอน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และมีการนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดูสวยหรูผ่านสื่อทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ มีการโชว์และแชร์ถ่ายภาพ อวดของหรู ชูของสวย ด้วยอิทธิพลของสื่อเองและการเลี้ยงลูกแบบตามใจมาก่อน ทำให้เด็กเกิดความอยากได้อยากมีตามกระแสสังคม

แต่หากพ่อแม่รับรู้ถึงสิ่งที่ลูกเป็น และพยายามแก้ให้ถูกจุด ลูกๆที่เติบโตมาในสังคมใหม่ก็จะมีวัคซีนที่คอยคุ้มกันตัว และปรับตัวเข้ากับคนในสังคมได้ เริ่มต้น รับมือและฝึกลูกไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้นะคะ

ที่มา  https://www.thaijobsgov.com/jobs=66172

อัพเดทล่าสุด

https://elearning.uika-bogor.ac.id/pulsa/https://simlppm.untan.ac.id/vendor/terbaik-2024/https://bappeda.pareparekota.go.id/xgacor/https://e-learning.unitomo.ac.id/woro2/slot.htmlhttps://bappeda.nganjukkab.go.id/ini.htmlhttps://formppid.kemenpora.go.id/__repository/corthai/https://pkkmb-online.umj.ac.id/cache/deposit-pulsa/https://silayar.ut.ac.id/course/terbaik-terpercaya/https://lentera.uin-alauddin.ac.id/question/gratis-terlengkap/https://lmspelkes.bengkuluprov.go.id/course/gampang-menang/https://ditkapel.dephub.go.id/maxwin/