เซฟเก็บไว้ดู! เทคนิคการขับรถขึ้นเขา-ลงเขา อย่างปลอดภัย


ใกล้เทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ไทยของเราแล้ว หลายคนอาจจะวางแผนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว หรือหากคุณเป็นคนที่ต้องขับรถทางไกลบ่อยๆ


เซฟเก็บไว้ดู! เทคนิคการขับรถขึ้นเขา-ลงเขา อย่างปลอดภัย

ใกล้เทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ไทยของเราแล้ว หลายคนอาจจะวางแผนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว หรือหากคุณเป็นคนที่ต้องขับรถทางไกลบ่อยๆ เพื่อความปลอดภัญในการขับขี่ วันนี้มีบทความดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคการขับรถขึ้นลงเขาอย่างปลอดภัยแบบง่ายๆ จาก www.matichon.co.th มาฝากกัน มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1.ขาขึ้นควรใช้เกียร์ต่ำ

ทางขึ้นเขาจะมีความชันมาก รถจึงต้องการแรงมากกว่าการขับรถบนถนนปกติทั่วไป และเกียร์ที่สามารถใช้ในการขับรถขึ้นทางชันได้ ก็มีเพียงแค่เกียร์ 1 และ 2 เท่านั้น เพราะมีแรงมากกว่าเกียร์อื่น และหากรู้สึกว่ารถเริ่มไม่มีแรง ก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาอีก เช่น ขับมาเกียร์ 2 แล้วรถเริ่มอืดๆ ให้ลดเกียร์มาเป็นเกียร์ 1 แทน จะทำให้รถมีแรงมากขึ้น ส่วนรถเกียร์ออโต้ ให้เปลี่ยนเกียร์ไปตำแหน่ง L

2.ขาลงให้ใช้เกียร์ต่ำเช่นกัน

สำหรับการขับรถขาลงเขา ก็ควรใช้เกียร์ต่ำเหมือนกับขาขึ้นเขา แต่ขาลงรถไม่ต้องการแรงมากเท่าไหร่ แค่ต้องการแรงฉุดเพื่อให้รถวิ่งช้าลง การใช้เกียร์ต่ำวิ่งลงทางชันนั้น จะทำให้เครื่องยนต์มีแรงฉุดมาก เคลื่อนที่ได้ไม่เร็ว ทำให้สามารถเบรกและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งทางลงเขาควรอยู่ที่เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น และห้ามดับรถหรือใช้เกียร์ว่างลงเขาเด็ดขาด

3.ระวังทางโค้ง

ปกติแล้วทางขึ้นเขาจะตัดถนนเป็นทางโค้งคดเคี้ยวไปมา ยิ่งภูเขาสูงมากเท่าไหร่ ถนนก็ยิ่งคดเคี้ยว เพราะทางโค้งใช้สำหรับลดความลาดชันของพื้นที่ให้รถสามารถขับขึ้นไปได้ ทางโค้งบนเขานั้น มักจะมีต้นไม้บังถนนอีกฝั่ง เวลาเข้าโค้งจึงควรขับชิดซ้ายเอาไว้ เผื่อมีรถอีกฝั่งแซงมาในทางโค้งจะได้หลบหลีกได้ทัน

4.ห้ามแซง

เนื่องจากถนนบนเขานั้นมีความแคบและคดเคี้ยวมาก ทำให้ไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้ชัดเจน เพราะถูกทางโค้งหรือต้นไม้บดบัง จึงไม่ควรขับแซงในเขตห้ามแซง หรือไม่ควรขับแซงในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้ เนื่องจากอุบัติเหตุบนเขาส่วนใหญ่ก็มาจากการแซงทางโค้ง หรือแซงโดยที่มองรถอีกฝั่งไม่เห็น

5.คำนวณระยะเบรกในทางลง

สำหรับทางลงเขาจะมีความชันมาก รถจะต้องการระยะเบรกเพิ่มขึ้นยาวกว่าปกติ เนื่องจากความลาดชันของพื้นที่และน้ำหนักของตัวรถจะมีผลให้รถเบรกได้ช้าลง ดังนั้น เวลาคุณเบรกขณะอยู่บนทางลงเขา ควรคำนวณระยะเบรกให้เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถเบรกได้อย่างเหมาะสม และไม่ไปชนรถคันข้างหน้า

6.เร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

การเร่งเครื่องขึ้นเขาเราต้องเร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งกำลังให้รถมีกำลังขึ้นเขาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในทางชันยาวๆ ควรเร่งต่อเนื่องกันไป เพราะหากเร่งๆ หยุดๆ จะทำให้รถเสียกำลังและไหลลงมาได้ อันตรายมาก

7.แตะเบรกเป็นระยะ

ในทางลงเขา แรงฉุดจากเครื่องยนต์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงต้องแตะเบรกช่วยด้วย เพื่อชะลอความเร็วของรถ แต่อย่าแตะเบรกแช่ยาว เพราะจะทำให้เบรกไหม้และเบรกไม่อยู่ อันตรายมาก ทางที่ดีควรแตะเบรกในจังหวะจำเป็นเท่านั้น และควรตรวจสอบเบรกรถยนต์ก่อนออกเดินทาง ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : matichon.co.th

อัพเดทล่าสุด

https://elearning.uika-bogor.ac.id/pulsa/https://simlppm.untan.ac.id/vendor/terbaik-2024/https://bappeda.pareparekota.go.id/xgacor/https://e-learning.unitomo.ac.id/woro2/slot.htmlhttps://bappeda.nganjukkab.go.id/ini.htmlhttps://formppid.kemenpora.go.id/__repository/corthai/https://pkkmb-online.umj.ac.id/cache/deposit-pulsa/https://silayar.ut.ac.id/course/terbaik-terpercaya/https://lentera.uin-alauddin.ac.id/question/gratis-terlengkap/https://lmspelkes.bengkuluprov.go.id/course/gampang-menang/https://ditkapel.dephub.go.id/maxwin/