ทัศนีย์ ธรรมสิทธิ์ รองเลขาธิการ ก.พ. กล่าวว่า บทบาทของสำนักงาน ก.พ. ที่ดูแลคนที่มีศักยภาพมีหลายวิธี ตั้งแต่สรรหามาเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ซึ่งยังไม่ต้องทำงาน หามาแล้วให้ไปเรียนก่อน และอีกวิธีคือ สรรหาแบบปกติ คัดเลือกมาทำงาน ซึ่งคนที่เข้ามาได้ ต้องแข่งกันพอสมควร อย่างไรก็ดี เมื่อทำงานไปแล้ว ผลการปฏิบัติงานของคนก็เหมือนกับ Normal Curve เส้นโค้งที่มีส่วนทั้งปาดขึ้นและปาดลง ไม่มีทางจะผลิตผลงานได้เท่าเทียมกันทุกคน คนที่มีผลงานระดับกลางๆ ก็มีมากหน่อย ส่วนกลุ่มที่ทำงานผิดพลาดบ้าง ตามใครไม่ทันก็จะมีกลุ่มเล็กๆ เช่นเดียวกับกลุ่มที่ความสามารถโดดเด่น จะมีจำนวนไม่มากเช่นกัน คนที่มีผลงานโดดเด่น ไม่ใช่คนที่มีประวัติโดดเด่น แต่เป็นคนที่ปฏิบัติงานได้ดี และมีศักยภาพที่ทำให้ตนเองเติบโต ดังนั้นสำนักงาน ก.พ. จึงต้องเตรียมพัฒนาคนจากแต่ละกลุ่มให้แตกต่างกัน การวางแผนเส้นทางการเติบโตก็ต้องหลากหลายตามความสามารถในการพัฒนาตนเอง ทั้งกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานต่ำ ปานกลางซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ และกลุ่มคนพิเศษ การบริหารกลุ่มคนพิเศษนี้ ทั้งเรื่องค่าตอบแทน ความก้าวหน้า ต้องดีไซน์ให้เหมาะกับกลุ่มคน ถ้าดีไซน์ให้เหมือนคนปกติ ก็ไม่จูงใจในการทำงาน หรือให้งานที่ไม่ท้าทาย ไม่เหมาะกับสมรรถนะ คนๆ นั้นก็อาจจะไม่อยากอยู่กับภาคราชการ แต่ทั้งนี้คนเก่งก็ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยว่ามีความสามารถเหนือกว่าคนอื่นจริงๆ จึงเป็นที่มาของโครงการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง ซึ่งเป็นเพียงโมเดลเดียว ยังมีโมเดลอื่นๆ ที่ออกแบบมา เพื่อสร้างความหลากหลายมากยิ่งขึ้นไปอีก
แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |